"การลงทุน" และ พลังดอกเบี้ยทบต้น บทเรียนนอกตำรา ที่อาจเปลี่ยนอนาคตทางการเงินของลูกไปตลอดชีวิต

Personal Finance

Wealth Management

Tag

"การลงทุน" และ พลังดอกเบี้ยทบต้น บทเรียนนอกตำรา ที่อาจเปลี่ยนอนาคตทางการเงินของลูกไปตลอดชีวิต

Date Time: 22 พ.ค. 2569 13:45 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

เรียนรู้ “พลังดอกเบี้ยทบต้น” ทำไมต้องสอนลูก ให้เริ่มลงทุน เมื่องานวิจัย ชี้ ทัศนคติเรื่องเงินของเด็กมักถูกสร้างเกือบหมด ตั้งแต่ยังอายุน้อย

Latest


"Compound interest is the 8th wonder of the world. He who understands it, earns it; he who doesn't, pays it."

"ดอกเบี้ยทบต้น คือสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ผู้ที่เข้าใจจะได้รับประโยชน์จากมัน ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจ... จะต้องเป็นผู้จ่ายให้มัน"

ประโยคคลาสสิกนี้อธิบายพลังของการลงทุนระยะยาวได้ดีที่สุด และบอกเราว่าทำไม "เวลา" ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตคนเราได้ 

กลับมาที่ปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่ แทบไม่ได้จับแบงก์ร้อย แบงก์พัน หรือได้ยินเสียงเหรียญหยอดกระปุกออมสิน เพราะทุกอย่างถูกแทนที่ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด การแตะการ์ดจ่าย หรือการผูกบัญชีหักเงินอัตโนมัติ

อีกด้านของความสะดวกสบายขั้นสุดนี้ ได้ถูกวิเคราะห์ว่า กำลังทำให้เงินกลายเป็นสิ่ง "ไร้เงา" เป็นเพียงตัวเลขดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้ในความรู้สึกของเด็กๆ ซึ่งเมื่อเด็กมองไม่เห็นภาพว่าเงินไหลออกไปอย่างไร ความน่ากลัว ก็คือ ไม่ตระหนักรู้ และ ไม่รู้เลยว่าเงินที่มีอยู่นั้นกำลังหมดไป หรือ เหลือน้อยแค่ไหน 

ในวัยผู้ใหญ่ จากรายงานดัชนีชี้วัดความรู้ทางการเงินระดับโลกของสถาบัน GFLEC และ FINRA ระบุว่า การขาดทักษะการบริหารเงิน หรือ Financial Illiteracy เป็นเหมือน "วิกฤตการณ์เงียบ" ที่สร้างความสูญเสียมหาศาลทั่วโลก มีสถิติที่น่าตกใจว่า ผู้ใหญ่ที่วางแผนงบประมาณไม่เป็น มีโอกาสสูงถึง 7 เท่าที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำมาหากินและวิ่งไล่ตามเงิน มากกว่าคนที่มีความรู้ทางการเงิน

ในทางกลับกัน การบ่มเพาะเรื่องเงินให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก คือการสร้างภูมิคุ้มกันโรคทางการเงินที่มีประสิทธิภาพที่สุดตลอดชีวิต โดยงานวิจัยระยะยาวจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) พบว่า เด็กที่ฝึกฝนเรื่องการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อโตไปจะมีอัตราการก่อหนี้น้อยมาก มีเงินออมสูง และเครดิตทางการเงินดีเยี่ยม

แต่รู้หรือไม่? งานวิจัยพฤติกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ค้นพบความจริงที่น่าทึ่งว่า ทัศนคติเกี่ยวกับเงินของมนุษย์เรา มักถูกหล่อหลอมและหยั่งรากลึกเกือบสมบูรณ์ภายในอายุเพียง 7 ปี และความมั่นใจในการบริหารเงินจะถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงอายุ 5 ปีเท่านั้น บ้านและปัจจัยครอบครัว จึงเป็นโรงเรียนสอนการเงินที่ดีที่สุด ไม่ใช่ห้องเรียนแบบเดิมๆ ที่เน้นแต่ทฤษฎี

จากเงินออมหลักร้อย สู่บทเรียนมหาเศรษฐีระดับโลก

ส่วนถ้าใครยังคิดว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และเกินตัวไปสำหรับเด็ก เรื่องราวของ Edwin Chen นักธุรกิจรุ่นใหม่ผู้ก่อตั้ง Surge AI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ที่มีมูลค่าสูงถึง 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นกรณีศึกษาได้อย่างชัดเจน 

เขาคือการใช้กลยุทธ์ "Bootstrapping" หรือการสร้างและต่อยอดธุรกิจด้วย "เงินออมส่วนตัว" และกระแสเงินสดของตัวเอง โดยไม่พึ่งพาทุนจากนายทุนภายนอก (VC) เลยในช่วงเริ่มต้น ผลลัพธ์คือ เขาสามารถถือหุ้นใหญ่ในบริษัทได้สูงถึง 75% และกลายเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดจากหยาดเหงื่อและความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองอย่างแท้จริง วินัยนี้ไม่ได้เพิ่งมาฝึกตอนโต แต่เปลี่ยนเป็นดีเอ็นเอมาตั้งแต่เด็ก

จำลองภาพ "พลังดอกเบี้ยทบต้น"

ข้อมูลจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB WEALTH) เน้นย้ำว่า การให้เด็กเรียนรู้การลงทุนตั้งแต่เรียนมีข้อดีมหาศาล เพราะเด็กมี "เวลา" ให้ลองผิดลองถูกมากกว่า และเงินมีเวลาทำงานนานกว่า ผลตอบแทนจึงเติบโตแบบทวีคูณ

จากเคสจำลอง : สมมติว่าเราออมเงินเท่ากันเป๊ะๆ คือ เดือนละประมาณ 700 บาท 

  • ผู้เริ่มช้า (รุ่นคุณพ่อคุณแม่): หากเราเพิ่งเริ่มสร้างวินัยตอนอายุมากแล้ว มีเวลาให้เงินทำงานสั้น ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยสะสมที่ระบบทบต้นให้จะถูกจำกัดอยู่แค่ประมาณ 12,500 บาท เท่านั้น
  • ผู้เริ่มเร็ว (ลูกอายุ 12 ปี): ออมเงินเดือนละ 700 บาทเท่ากันเป๊ะ แต่ลูกนำเงินก้อนนี้ไปจัดพอร์ตลงทุนระยะยาวต่อเนื่องไปจนถึงเขาอายุ 50 ปี (เท่ากับมีเวลาให้เงินทำงานนานถึง 38 ปี) เงินก้อนนี้จะเติบโตขึ้นจนได้เฉพาะผลตอบแทนสะสมสูงถึงประมาณ 111,000 บาท! ซึ่งสูงกว่าเงินผลตอบแทนของคุณพ่อคุณแม่เกือบ 10 เท่าตัว ทั้งที่ลูกไม่ได้ควักเงินเนื้อๆ จากกระเป๋าเพิ่มขึ้นเลย นี่คือปฏิกิริยา "ผลตอบแทนบนผลตอบแทน" หรือการปล่อยให้เงินทำงานแทนเราอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การสอนลูกให้เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้กักตุนเงินสด" มาเป็น "นักลงทุน" ยังช่วยให้เขาชนะภัยเงียบที่ชื่อว่า "เงินเฟ้อ" ยกตัวอย่าง ถ้าเราสอนลูกแค่ให้เอาเงินไปฝากธนาคารธรรมดาที่ได้ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี แต่ในปีนั้นเงินเฟ้อ (ข้าวของแพงขึ้น) 2% เท่ากับว่าในโลกความจริง ผลตอบแทนที่แท้จริงของลูกกำลัง ติดลบ 0.5% มูลค่าของเงินในมือจะลดลงเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย

การขยับจากบัญชีเงินฝากธรรมดา ไปเรียนรู้การลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตชนะเงินเฟ้อ เช่น หุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หรือกองทุนรวมดัชนีหุ้นชั้นนำ (ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวได้ประมาณ 10% ต่อปี) จึงเป็นทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกันชิ้นสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมอบให้เขาตั้งแต่เนิ่นๆ

4 ทริคเปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุกในครอบครัว

สำหรับบ้านไหนที่ลูกๆ (อายุ 10-18 ปี) ยังมองว่าเรื่องเงินและการลงทุนเป็นเรื่องน่าเบื่อ คุณพ่อคุณแม่อาจลองใช้ 4 วิธีนี้ชวนคุยและลองมือทำ 

1. โชว์ให้เห็นผลลัพธ์: ชวนลูกดูความต่างระหว่างการหยอดกระปุกเฉยๆ ที่เงินเท่าเดิม กับการแบ่งเงินไปเติบโตในที่ที่ให้ผลตอบแทนอธิบายเรื่องความเสี่ยงแบบเข้าใจง่าย

2. เปิดพอร์ตร่วมกัน: ให้ลูกลองเจียดเงินค่าขนมมาฝากลงทุนในพอร์ตของคุณพ่อคุณแม่ แล้วเราสมทบผลตอบแทนจูงใจ (Bonus) ให้เขาเห็นว่าเงินมันงอกเงยได้จริงๆ

3. ใช้บอร์ดเกมสร้างวัคซีนการเงิน: ชวนเล่นเกม Wealthy Cats (จากโครงการสอนหนูรู้เรื่องเงิน ของแบงก์ชาติ) เด็กๆ จะได้ลองบริหารรายรับ-รายจ่าย ฝึกออม ลงทุน และรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างการเจ็บป่วย หรือวิกฤตเศรษฐกิจจำลอง หรือ ชวนเล่นเกม CASHFLOW ของโรเบิร์ต คิโยซากิ เพื่อให้ลูกเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ หนี้สิน และเข้าใจวิธีพาส่งตัวเองออกจาก "วงจรหนูถีบจักร" (ทำงาน-เงินเดือนออก-ใช้หนี้-หมด) ตั้งแต่ยังเด็ก

4. ลองเล่นเกมลงทุนจำลอง: ใช้แอปพลิเคชันจำลองการเทรดหุ้นหรือกองทุน (Click2Win) ให้ลูกได้ลองคิด ฝึกจัดงบประมาณด้วย กฎ 50/30/20 (จำเป็น 50% / อยากได้ 30% / ออมและลงทุน 20%) โดยคุณพ่อคุณแม่อาจตั้งรางวัลเป็นเงินรางวัลจริงๆ ในชีวิตจริงเมื่อลูกทำผลตอบแทนจำลองได้ตามเป้าหมาย

ท้ายที่สุด การส่งต่อความรู้การเงินไม่ใช่การบังคับให้ลูกประหยัดจนอึดอัดอย่างเดียว แต่คือการมอบ "แผนที่และเข็มทิศ" ในวันที่เงินไร้เงาและมูลค่าลดลงเรื่อยๆทุกวัน 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney






Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์