หรือยุคเหมาจ่าย 100% กำลังจบ ? เมื่อ “ยักษ์ใหญ่” AIA - กรุงไทย แอกซ่า ปิดตำนาน แผนประกันสุขภาพดัง

Personal Finance

Insurance

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หรือยุคเหมาจ่าย 100% กำลังจบ ? เมื่อ “ยักษ์ใหญ่” AIA - กรุงไทย แอกซ่า ปิดตำนาน แผนประกันสุขภาพดัง

Date Time: 12 ม.ค. 2569 14:20 น.

Video

สรุปการยื่นภาษี สิทธิ์ลดหย่อนล่าสุด! กับ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (iTAX) | Thairath Money Night Stand EP.27

Summary

หรือยุค “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย 100%” กำลังจะจบลง? เมื่อยักษ์ใหญ่ AIA - กรุงไทย แอกซ่า ปิดตำนาน ผลิตภัณฑ์ประกัน ระดับเรือธง แรงสั่นสะเทือนที่คนไทยต้องรู้


นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สั่นสะเทือนทั้งแวดวงธุรกิจประกันและผู้บริโภค เมื่อสองยักษ์ใหญ่ในตลาดพร้อมใจกันส่งสัญญาณ "ยกเลิก" ผลิตภัณฑ์ระดับเรือธงในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

เริ่มจากการที่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศยุติการขายแผนประกันโรคร้ายแรงยอดฮิตอย่าง iCare (คุ้มครอง 5 กลุ่มโรคร้ายแรง)ในวันที่ 31 มกราคม 2569 หลังจากทำตลาดมานานกว่า 12 ปี ด้วยเหตุผลด้านสถิติโรคร้ายแรงที่พุ่งสูงขึ้นจนไม่สัมพันธ์กับราคาเบี้ยแบบเดิม 

ขณะล่าสุด AIA ประเทศไทย ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งก็ได้ประกาศยุติการขาย AIA Health Happy แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย (สูงสุด 25 ล้านบาท) ที่ครองใจตลาดมาอย่างยาวนาน โดยมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้เช่นกัน

การขยับตัวของ "เจ้าตลาด" ทั้งสองรายไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" (Inflection Point) ของระบบประกันสุขภาพในประเทศไทยที่กำลังบอกเราว่า ยุคของประกันสุขภาพแบบ "เหมาจ่าย 100% ไร้เงื่อนไข" อาจกำลังจะสิ้นสุดลง

ทำไมธุรกิจต้องถอย?

หากวิเคราะห์จากสิ่งที่ทั้ง 2 รายใหญ่ สื่อสารออกมา และมองในมุมธุรกิจ การปิดตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือการ "ปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ" เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว ท่ามกลาง 3 ปัจจัยบีบคั้น 

  1. Medical Inflation (เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล) : ค่ารักษาในไทยพุ่งสูงเกินกว่าที่แบบจำลองสถิติเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วจะคาดการณ์ได้ การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้วงเงินเหมาจ่ายหลักสิบล้านถูกใช้จริงมากขึ้นและเร็วขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะหน่วยงานดูแลหลักของธุรกิจประกันภัย เผยกับ Thairath Money ว่า ณ ปี 2567 อัตราเงินเฟ้อด้านการแพทย์ สูงขึ้นราว 15%
  2. Loss Ratio ที่ควบคุมไม่ได้: เมื่อพฤติกรรมการใช้สิทธิประกันเปลี่ยนไปสู่การ "นอนโรงพยาบาลเพื่อความสะดวก" หรือการตรวจรักษาเกินความจำเป็น (Over-treatment) ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระเคลมที่สูงจนอาจกระทบต่อสถานะการเงินในระยะยาว 
  3. สังคมสูงวัย (Aged Society): เมื่อคนไทยอายุยืนขึ้น แต่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังนานขึ้น ภาระของระบบสุขภาพจึงไม่ได้อยู่แค่การรักษาให้หาย แต่เป็นการประคับประคอง ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

ธุรกิจต้องรอด ผู้บริโภคก็ ต้องคุ้มครอง

ในมุมธุรกิจ การปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบ Co-payment (ร่วมจ่าย) หรือเพิ่มเงื่อนไข Deductible (ความรับผิดชอบส่วนแรก) ที่เริ่มใช้ ตั้งแต่ช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา คือ การสร้าง "วินัยในการใช้สิทธิ" เพื่อพยุงระบบประกันไม่ให้ล่มสลาย เพื่อให้บริษัทประกันยังมีกำไรเพียงพอที่จะจ่ายเคลมให้กับผู้ที่เจ็บป่วยหนักจริงๆ ได้ในอนาคต

หลังจาก “อาภากร ปานเลิศ” รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย ของ คปภ. เผยว่า ณ สิ้นปี 2567 สาเหตุการใช้สิทธิไม่เหมาะสม กินสัดส่วน Loss Ratio ไปถึง 28% จากคนที่ใช้สิทธิเพียง 5% ของกรมธรรม์ทั้งหมด

ในมุมผู้บริโภค ต้องยอมรับว่า สิ่งนี้คือสัญญาณ "ของแพง" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนี้เราจะเห็นประกันสุขภาพที่มีเงื่อนไขซับซ้อนขึ้น เบี้ยประกันอาจจะดูถูกลงในตอนแรกแต่มีเงื่อนไขร่วมจ่าย (Co-pay) หรือหากอยากได้ความคุ้มครองครบแบบเดิม "ราคา" ที่ต้องจ่ายจะขยับตัวสูงขึ้นจนอาจเป็นภาระหนักในช่วงวัยเกษียณ

ยุคใหม่ของระบบสุขภาพ ใครควรเป็นคนรับผิดชอบ?

จากข้อมูลของ คปภ. คาดการณ์ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี 2569 อาจแตะระดับ 1,000,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัวเรื่องการโอนย้ายความเสี่ยงมาที่ประกันมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ ภาระของระบบสุขภาพนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก? 

คำตอบในอนาคตอาจไม่ใช่แค่บริษัทประกันเพียงฝ่ายเดียว แต่อาจเป็นการแชร์ความรับผิดชอบ 

  • บริษัทประกัน: ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้น "เชิงป้องกัน" (Preventive) มากกว่าแค่รอเคลม
  • ผู้บริโภค: ต้องดูแลสุขภาพตนเองเพื่อลดการใช้สิทธิ และยอมรับเงื่อนไขการร่วมจ่ายเพื่อรักษาเบี้ยประกันให้คงระดับต่ำ
  • ตัวแทนประกัน: ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "นักขาย" เป็น "ที่ปรึกษาการเงินสุขภาพ" ที่ต้องช่วยลูกค้าวางแผนรับมือกับเบี้ยประกันที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามอายุและเทคโนโลยี

ผู้บริโภคต้องเตรียมรับมืออย่างไร?

  1. Check-up : กรมธรรม์เดิม หากเรา ถือแผน Health Happy หรือ iCare อยู่แล้ว "อย่าปล่อยขาด" เพราะนี่คือสินทรัพย์ล้ำค่าที่เราจะได้รับสิทธิตามเงื่อนไขเดิมไปตลอดตราบที่ต่ออายุ
  2. The Last Call: สำหรับคนที่ยังไม่มีประกันเหมาจ่าย ช่วงเวลาก่อนถึง มี.ค. 2569 คือโอกาสสุดท้ายในการ "ล็อคสิทธิ" ในเงื่อนไขที่บริษัทยังใจดีอยู่
  3. วางแผนค่าเบี้ยในระยะยาว: อย่ามองแค่เบี้ยปีแรก แต่ต้องมองไปถึงเบี้ยในวัย 60-70 ปี ว่าหากมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขหรือเบี้ยแพงขึ้น เรามีกระแสเงินสดรองรับเพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้ การยุติการขายครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนว่ายุคทองของประกัน "บุฟเฟต์" กำลังจะผ่านไป และกำลังเข้าสู่ยุค "สุขภาพพังต้องร่วมจ่าย" อย่างเต็มรูปแบบ 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ