ทุจริตคอรัปชั่นกัดกิน แล้วประเทศจะเหลืออะไร? เมื่อคนไทยต้องจ่าย "ค่าสินบน" ทุกวันแบบไม่รู้ตัว

Personal Finance

Financial Planning

Tag

ทุจริตคอรัปชั่นกัดกิน แล้วประเทศจะเหลืออะไร? เมื่อคนไทยต้องจ่าย "ค่าสินบน" ทุกวันแบบไม่รู้ตัว

Date Time: 15 พ.ค. 2569 12:08 น.

Video

CoreWeave คือใคร ? จากขุดคริปโตฯสู่ Data Center โมเดลธุรกิจที่ฉลาด จนโลกงง | Digital Frontiers EP.59

Summary

เอกชน แฉยับต้นทุนแฝง "เงินใต้โต๊ะ" หน่วยงานราชการ พุ่งเฉลี่ยหลักแสนต่อครั้ง คนไทยจ่ายค่าสินบนรายวันแบบไม่รู้ตัว เมื่อราคาคอนโดฯ-ข้าวแกง อาจพุ่งสูงขึ้น วิกฤตทุจริตคอรัปชั่นไทย แย่ลงเรื่อยๆ

Latest


เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าครองชีพบ้านเราถึงพุ่งเอาๆ?

คอนโดมิเนียม ติดรถไฟฟ้า ห้องนิดเดียว ราคาถึงกระโดดไปไกล หรือทำไมของกินของใช้ในมือนักธุรกิจไทยถึงต้องบวกราคาเพิ่มด้วย ?

คำตอบของเรื่องนี้ส่วนหนึ่ง มาจากคำว่า “เงินใต้โต๊ะ”

วานนี้ (14 พ.ค.) มีข้อมูลที่ชวนตั้งคำถามใหญ่ จาก กกร. (คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน) ที่ออกมาแฉความจริงที่น่าตกใจว่า คอรัปชั่นในระบบราชการไทยตอนนี้ เข้าขั้นวิกฤต และแย่ลงเรื่อยๆ 

โดยสถิติที่ฟังแล้วต้องถอนหายใจ จากผลสำรวจผู้บริหารธุรกิจทั่วประเทศ 401 ราย พบว่า ...

  • 60.9% ของนักธุรกิจบอกว่า ไปขออนุญาตทีไร ต้องเจอ "การส่งสัญญาณ" ขอสิ่งตอบแทนตลอด
  • 37.3% ยืนยันว่าถ้าอยากได้งานภาครัฐ ต้องยอมจ่าย "ค่าพิเศษ" เฉลี่ย 11-15% ของมูลค่าสัญญา
  • เรตราคาจ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยพุ่งสูงถึง หลักแสนต่อครั้ง ตั้งแต่กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า ไปจนถึงกรมที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ 
  • ส่วนหน่วยงานที่มีอัตรา “เสนอให้ส่งตอบแทน” สูงสุด ได้แก่ ตำรวจทางหลวง/จราจร  ,กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) และ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นต้น 

แต่ที่น่าสลดกว่า คือ เหล่านักธุรกิจชี้ว่า สาเหตุหลักที่ต้องยอมจ่ายสินบน มาจากขั้นตอนซับซ้อนของหน่วยงานราชการ  , กฎหมายที่มักเปิดช่อง ให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป และไม่ต้องการมาไล่แก้ปัญหาทีหลัง นอกจากนี้แล้ว 43.7% ระบุว่า ต่อให้เจออะไรต่อมิอะไร ในการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ก็ "ไม่กล้าร้องเรียนเลย" เพราะไม่เชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing (ผู้แจ้งเบาะแส)ของรัฐ

ข่าวใหญ่ดังกล่าว ตอกย้ำกับสิ่งที่นานาประเทศ มองมาที่ประเทศไทย ผ่านตัวเลขดัชนีคอรัปชั่น(CPI) ปี 2568 ที่ล่าสุด คะแนนของไทยเรา ดิ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี ร่วงเหลือเพียง 33 คะแนน และรั้งอันดับ 116 ของโลก สะท้อนถึงความไม่โปร่งใส จนขมุกขมัว

คอรัปชั่น “ต้นทุนแฝง” ที่เราต้องจ่ายแบบไม่รู้ตัว 

ในแง่ภาพใหญ่ ต้องยอมรับว่า ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ทำให้ค่าใช้จ่ายแอบแฝงสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลต่ออัตราการลงทุนลดลง และเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศอย่างรุนแรง โดยส่งผลให้ เศรษฐกิจเติบโตช้า ขาดความน่าเชื่อถือ ทำลายความยุติธรรมในสังคม เกิดความไม่เท่าเทียมสูญเสียโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่ควรจะดีกว่านี้ 

แต่ถ้ามองให้ใกล้ตัวเรามากขึ้น พาเรื่องคอรัปชั่น ลงจากเรื่องนามธรรม อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของนักธุรกิจกับข้าราชการเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว "ไม่มีนักธุรกิจคนไหนยอมขาดทุน" เมื่อเขาต้องจ่ายรายทาง เขาก็ต้องเอามาบวกเพิ่มในราคาสินค้าและบริการที่ขายให้เราด้วยเหมือนกัน 

ยกตัวอย่าง 

  • อยากสร้างคอนโดฯ? ต้องผ่านทั้ง EIA, กรมที่ดิน, ฝ่ายโยธา, การไฟฟ้า, การประปา กว่าจะครบทุกใบอนุญาต ถ้าอยาก "เร็ว" ก็ต้องจ่าย สุดท้ายค่าสินบนพวกนี้ก็ถูกบวกเข้าไปใน "ราคาต่อตารางเมตร" ที่เราผ่อน คนซื้อก็อาจต้องผ่อนแพงขึ้นเป็นสิบปี
  • อยากขนส่งสินค้า? เจอด่าน เจอส่วย ต้นทุนขนส่งก็เพิ่ม สุดท้ายราคาข้าวแกงหน้าปากซอย อุปกรณ์-วัสดุ ก็ต้องขึ้นตาม
  • จัดซื้อจัดจ้างรัฐ? งบภาษี 100 บาท แทนที่จะได้ถนนคุณภาพดีเต็มร้อย กลับถูกหักหัวคิวไป 15 บาท ผลคือได้ถนนพังๆ ที่ต้องซ่อมซ้ำซาก เสียภาษีซ้อนแล้วซ้อนอีก 
  • ถ้าเป็นโครงการรัฐหมื่นล้าน เงินหายไปเฉยๆ 1,500 ล้านบาท เงินจำนวนนี้สร้างโรงพยาบาลมาตรฐานสูงได้ 1 แห่ง หรือซื้อรถเมล์ไฟฟ้าใหม่เอี่ยมให้คนกรุงนั่งได้หลายร้อยคัน
  • สำหรับ SME และ Startup เงินแสนที่ต้องจ่ายเป็นค่าใต้โต๊ะไป อาจเป็นเงินที่นำไปจ้างพนักงานเก่งๆ ได้ 2-3 คน หรือเป็นงบยิงโฆษณาขยายธุรกิจได้เป็นปี แต่ที่ไปไม่ถึงดวงดาว เพราะต้นทุนจมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขอใบอนุญาต

เรากำลังเสียอะไร มากกว่าแค่ "เงิน"

ที่น่ากลัวกว่าเงินที่หายไป คือ "พลังชีวิต" ของคนรุ่นใหม่ เมื่อระบบการทำงานวัดกันที่ "เส้นสาย" และ "เงินใต้โต๊ะ" มากกว่า "ความสามารถ"

ข้อมูลของภาคเอกชนที่ระบุว่า 51% ของคนทำงานบอกว่าติดต่อราชการยากขึ้นเรื่อยๆ ลองนึกภาพ ถ้าเราเป็น Startup, Creator หรือ SME ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีคอนเนกชัน ไม่มีเส้นสาย จะรอด หรือ จะโตในระบบนี้ได้อย่างไร?

จนอาจสรุปได้ว่า เรากำลังอยู่ในประเทศที่ "ความเก่ง" อาจแพ้ "เงินใต้โต๊ะ" นี่จึงกลายเป็นเหตุผลที่คนเก่งๆ เริ่มหมดไฟ เริ่มอยากย้ายออก เพราะไม่อยากอยู่ในระบบที่ต้องโตด้วยการส่งซอง - ส่งส่วย ไปตลอด บริษัทซื่อสัตย์ แข่งราคาไม่ได้  , SME ใหม่เข้าตลาดยาก หรือ คนไม่ยอมจ่าย ก็ต้องยอมตกอยู่ในสภาพ “โตช้า”

จะเห็นได้ว่า ทุจริต ไม่ได้แค่ทำให้ประเทศเติบโตช้า ถ่วงความเจริญ เท่านั้น แต่อีกแง่ ก็กำลัง "ไล่คนเก่ง" ออกจากระบบด้วย เพราะถ้าความสำเร็จต้องแลกมาด้วยการทำผิดระเบียบซ้ำๆ หรือการจ่ายส่วยเป็นเรื่องปกติ มาชวนกันคิดหน่อยว่า แล้วลูกหลานเราจะเหลืออนาคตแบบไหนในประเทศนี้?

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์