ทำไมติด "โซลาร์เซลล์" ในไทยถึงแพง? กรณีติดแล้วจะขายไฟฟ้าคืนรัฐ-ลดหย่อนภาษีฯ คุ้มจริงเหรอ

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทำไมติด "โซลาร์เซลล์" ในไทยถึงแพง? กรณีติดแล้วจะขายไฟฟ้าคืนรัฐ-ลดหย่อนภาษีฯ คุ้มจริงเหรอ

Date Time: 10 พ.ค. 2569 08:00 น.

Video

วางแผนการเงินรับมือสงครามอิหร่าน หรือหากมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ? | Money Issue EP.50

Summary

ค่าไฟฟ้าอาจสูงขึ้น หลายบ้านเลยคิดจะติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ทำไมค่่าใช้จ่ายยังสูงหลักแสน สรุปแล้วติดไปจะคุ้มไหม

จากวิกฤตพลังงานไม่ใช่แค่ “น้ำมัน” เท่านั้นที่แพงขึ้น แต่อัตราค่าไฟฟ้าอาจสูงขึ้นด้วย ดังนั้น หลายบ้านเลยมองหาทางเลือกอย่างโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทว่าเมื่อไปดูแพ็คเกจการติดตั้งก็เห็นราคาหลักแสนกันทั้งนั้น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Solar Rooftop ยังแพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น และติดตั้งแล้วจะคุ้มไหม 


ทำไมติดโซลาร์เซลล์ "On Grid" ถึงแพง?

ปกติแล้วของที่ตัวเลือกน้อย “ราคา” มักสูงกว่าเสมอ ซึ่งการติดตั้ง Solar Rooftop ในปี 2569 นี้ยังต้องใช้เงินหลักแสน เช่น การติดตั้งระบบ On Grid (กรณีผลิตไฟฟ้าใช้ไม่ทันจะดึงไฟจากการไฟฟ้ามาอัตโนมัติ) บ้านขนาดเล็ก หรือ ขนาดโซลาร์เซลล์ 3 KW แพ็คเกจติดตั้งยังเริ่มต้นที่ 120,000-200,000 บาท สาเหตุที่ค่าใช้จ่ายการติดตั้ง “แพง” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เล่าให้ Thairath Money ฟังว่า มาจากขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง Solar Rooftop ที่จุกจิก ต้องขอจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่

  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. ) 
  • กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (กรม พพ.)
  • กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรณีเป็นโรงงานหรือโซลาร์ฟาร์ม)
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล, กทม. ฯลฯ)
  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อขอขนานไฟ

(แหล่งข้อมูลอื่นๆ ระบุว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ตามบ้านมักต้องขออนุญาต 3 หน่วยงานหลัก ข้อ 1, 4, 5)

อรรถวิชช์ย้ำว่า การขออนุญาตฯ มีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง และอาจใช้เวลาเฉลี่ย 1 ปีเต็ม เพราะต้องเดินเอกสาร การสำรวจ และการเซ็นรับรองต่างๆ ทำให้บริษัทผู้รับเหมาติดตั้งฯ ต้องบวก "ค่าจัดการ" เหล่านี้เข้าไปในแพ็กเกจติดตั้ง ซึ่งอาจคิดเป็นเงินสูงถึง 40,000 - 50,000 บาท ต่อหลัง ถ้าปรับขั้นตอน แก้ปัญหาการขออนุญาตฯ เหล่านี้ได้ (ร่าง พ.ร.บ. เสรีโซลาร์) รวมถึงปรับให้แจ้งหน่วยงานรัฐเพียงจุดเดียว น่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้มาก 

อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์ฯ ที่ภาครัฐควรทำเพื่อแก้ปัญหาให้ครบวงจร

ติดโซลาร์ฯ แล้วขายไฟฟ้าคืนรัฐยาก? 

โมเดลในหลายประเทศผลักดันให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับภาครัฐได้ด้วย ข้อมูลจาก DataHatch พบว่า ในเยอรมันมีอัตราส่วนบ้านที่ติดโซลาร์เซลล์ ผลิตเองใช้เอง ขายคืนได้ มีอัตราส่วนที่ 1 ต่อ 60 หลังคาเรือน แต่ในไทย… อยู่ที่ 1 ต่อ 1,440 หลังคาเรือน ต่างกันมาก 

ต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยผลิตไฟฟ้าแต่ขายคืนรัฐได้ยาก “วรภพ วิริยะโรจน์” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เล่าว่า โควตาที่รัฐรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนยังถือว่าน้อยมาก และน้อยกว่าการรับซื้อจากภาคเอกชน เช่น รอบล่าสุดเปิดรับซื้อที่ 500 เมกะวัตต์ ซึ่งอนาคตอาจไม่พอรองรับจำนวนประชาชนที่หันมาติดโซลาร์เซลล์ตามคำแนะนำของรัฐบาลที่สนับสนุนให้บ้านที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย/เดือน (ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 3 ล้านหลังคาเรือน) หันมาติดตั้ง 

ที่สำคัญปัจจุบัน บ้านที่ติดตั้งโซลาร์ฯ และอยากขายไฟคืนให้รัฐ จะใช้ระบบ Net Billing คือ เมื่อผลิตไฟฟ้าส่วนเกินแต่จะขายคืนให้ภาครัฐ จะหักเป็น "มูลค่าเงิน" ไม่ใช่การนำ "หน่วยไฟฟ้า" มาชนกัน (Net Metering) ซึ่งประชาชนอาจสงสัยว่าทำไมซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐอยู่ที่ 3 บาทกว่า/หน่วย แต่ยอดขายไฟฟ้าให้รัฐจะกำหนดไว้ที่ 2.20 บาท/หน่วย  

แม้อัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนอาจต้องต่ำกว่าราคาขายไฟฟ้าปลีกของภาครัฐ เพราะมีต้นทุนสายส่งและอื่นๆ แต่จุดที่ควรปรับคือ ราคาที่ขายไฟฟ้าคืนให้ภาครัฐ ภาคประชาชนควรได้สูงกว่ากลุ่มทุนเอกชนขนาดใหญ่ (Solar Farm) เพราะประชาชนรายย่อยอาจมีต้นทุนในการติดตั้งสูงกว่า

นอกจากนี้ ถ้ากฎหมายเปิดกว้างให้สามารถซื้อขายไฟฟ้ากันเองได้ (Peer-to-Peer) เช่น คอนโด หอพัก หรือห้างสรรพสินค้า สามารถนำไฟส่วนเกินไปขายต่อให้ผู้เช่าหรือร้านค้าในราคาที่ตกลงกันเองได้ จะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และจูงใจให้ประชาชนหันมาผลิตไฟฟ้าสะอาดพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องรอพึ่งพิงโควตาการรับซื้อจากรัฐเพียงอย่างเดียว


ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีฯ คุ้มจริงไหม?

ปีนี้หลายคนสนใจติดตั้งโซลาร์ฯ เพราะภาครัฐเพิ่งจะเปิดให้คนที่ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On Grid สามารถนำค่าใช้จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีฯ ได้สูงสุด 200,000 บาท ฟังดูดี แต่ถ้าเราจะเลือกความคุ้มก็ต้องคิดให้ครบถ้วน

อย่างแรกมาเข้าใจก่อนว่า การลดหย่อนภาษีฯ จะได้ “มากหรือน้อย” ขึ้นอยู่กับว่า ฐานภาษีของเราต้องจ่ายเท่าไร? เพราะในไทยคิดอัตราภาษีแบบขั้นบันได ใครเงินได้สุทธิต่อปีเยอะก็ต้องจ่ายในอัตราที่มากกว่า โดยใช้สูตรนี้ คือ เงินได้สุทธิต่อปี = รายได้ทั้งปีรวมทุกประเภท – ค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สรรพากร - ค่าลดหย่อน

แล้วเราต้องจ่ายภาษีเท่าไร? ถ้าใช้สิทธิลดหย่อนภาษีฯ จากการติดตั้งโซลาร์ฯ จะต้องจ่ายภาษีเท่าไร  Thairath Money สรุปรายละเอียดที่น่าสนใจจาก K-Wealth มาไว้ที่นี่แล้วในกรณีที่เราจ่ายค่าติดตั้ง Solar Rooftop ไป 200,000 บาท ไม่ได้แปลว่าเราจะได้เงินคืนจากรัฐ 200,000 บาท แต่จะช่วยประหยัดภาษีได้บางส่วนตามตารางนี้

เงินได้สุทธิต่อปี 
(บาท)
อัตราภาษี
(ขั้นบันได)
ประหยัดเงินได้สูงสุด 
(บาท)
150,001 – 300,000
5%7,500
300,001 – 500,000
10%20,000
500,001 – 750,000
15%30,000
750,001 – 1,000,000
20%40,000
1,000,001 – 2,000,000
25%50,000
2,000,001 – 5,000,000
30%60,000
5,000,001 ขึ้นไป
35%70,000


ทั้งนี้ การจะติดตั้งโซลาร์ฯ คงต้องเริ่มที่ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ของคนในบ้านเป็นแบบไหน ถ้าใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน ก็ถือว่าคุ้มค่า และสำหรับคนที่ฐานภาษี 15% ขึ้นไปเสียเงินค่าติดตั้งไป 200,000 บาท ก็สามารถลดหย่อนภาษีฯ ได้หลายหมื่น ถือว่าคุ้มค่ากว่าคนที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี 


อ้างอิงข้อมูล ธนาคารกสิกรไทย, กระทรวงพลังงาน, DataHatch

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ