ปล่อยเช่าบ้าน 1หลัง รายได้เท่าผู้บริหาร แสนสิริชี้เทรนด์สร้างเวลธ์ยุคใหม่ แบรนด์เศรษฐสิริ โกยยิว9%

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ปล่อยเช่าบ้าน 1หลัง รายได้เท่าผู้บริหาร แสนสิริชี้เทรนด์สร้างเวลธ์ยุคใหม่ แบรนด์เศรษฐสิริ โกยยิว9%

Date Time: 8 พ.ค. 2569 10:58 น.

Video

จากจุดสูงสุดสู่ 0 บาท! "กวาง AB Normal" เผยบทเรียนเงินหมดตัวมาแล้ว 3 ครั้ง! | Money Secret EP.20

Summary

สร้าง Passive Income เดือนละ 2 แสน!เมื่อบ้านหรู 1 หลังทำเงินได้เท่ารายได้ผู้บริหารแสนสิริกางสถิติ “เศรษฐสิริ” ยิวเช่าพุ่ง-รีเซลโตแกร่ง 9% ต่อปี เปิดจังหวะทอง ล็อกต้นทุนเดิมก่อนราคาขยับ 10%

ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผล นักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาแหล่งพักเงินใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลหรือตลาดทุนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ 

ล่าสุด “อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี" ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) รูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การอยู่อาศัย แต่คือการวางแผนการเงินระยะยาวที่จับต้องได้


เทรนด์ "หนีผันผวน" ซบอสังหาฯ ปล่อยเช่าเดือนละ 2 แสน

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในขณะนี้คือ การที่นักลงทุนโยกเงินจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาลงในบ้านเดี่ยวระดับราคา 15-20 ล้านบาท โดยเฉพาะในทำเลที่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งถือเป็น "ขุมทรัพย์" ของการปล่อยเช่า

“ภัคพริ้ง การุญ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนมองอสังหาฯ เป็นโอกาสทางการเงินที่สร้าง Cash Flow ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะแบรนด์ที่ติดตลาดอย่าง "เศรษฐสิริ" ในโซนศักยภาพอย่างกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านขนาด 300 ตร.ม. สามารถปล่อยเช่าได้สูงถึง 150,000 - 180,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนของระดับผู้บริหารระดับสูง (Executive)

  • อัตราผลตอบแทน: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7-9% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าเงินฝากหรือพันธบัตรหลายประเภท
  • กลุ่มเป้าหมายชัดเจน: ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชาวต่างชาติที่ส่งบุตรหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ และนักธุรกิจต่างชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง

“ปัจจุบัน คนซื้อบ้าน นอกจาก มองหา คุณภาพและความสวยงามของโครงการแล้ว ยังมองถึงโอกาสทางการเงินในอนาคต โดยราคาปล่อยเช่าบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี จะอยู่ที่ประมาณ ล้านละ 5,000-6,000 บาท/เดือน ยิ่งโครงการที่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ เช่น บางนา กรุงเทพกรีฑา ยิ่งได้ราคาปล่อยเช่าดี "

“เรามองว่า การลงทุนในอสังหาฯ จับต้องได้ และทำเงินในอนาคตได้จริง นอกจากค่าเช่าต่อเดือนหลักแสนแล้ว วันนึงอยากขาย ก็ปล่อยต่อได้กำไรดีเช่นกัน”  


ทำไมต้องซื้อตอนนี้? "LTV ผ่อนปรน - ดอกเบี้ยต่ำ - ต้นทุนเดิม"

แสนสิริ ยังมองว่า "ตอนนี้คือจังหวะที่ดีที่สุด" ในการซื้อหรือลงทุนอสังหาฯ ด้วยเหตุผลสรุปได้จาก 3 ปัจจัยหลักที่มาบรรจบกันพอดี

  1. มาตรการรัฐสนับสนุน: ธปท. เตรียมต่ออายุมาตรการ LTV (กู้ได้ 100%) ไปจนถึงกลางปี 2570 ช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัว
  2. ดอกเบี้ยขาลง: ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1% และดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.5-3% ซึ่งต่ำเป็นอันดับ 3 ของโลก
  3. ล็อกต้นทุนก่อสร้าง: แสนสิริระบุว่าผู้ประกอบการพยายามตรึงราคาต้นทุนเดิมไว้ได้อีกเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นราคาบ้านมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก 5-10% ตามค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง การซื้อบ้านพร้อมโอนในตอนนี้จึงเป็นการ "ล็อกกำไร" ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ


เจาะลึกตลาด 10-30 ล้าน กลุ่ม New Wealth วัย 30+ ขึ้นแท่นผู้ซื้อหลัก

ด้านกูรูอสังหาฯ อย่าง “สุรเชษฐ์ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุณแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ให้ภาพรวม ว่า ตลาดบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน มีอยู่ราว 20,000 ยูนิต โดยกว่า 70% อยู่ในช่วงราคา 10-30 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ "โปรไฟล์ผู้ซื้อ" เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน 

  • Young Successors: อายุเพียง 30-35 ปี มีรายได้สูง ประสบความสำเร็จเร็วจากธุรกิจส่วนตัว
  • Investment Mindset: ไม่ได้มองแค่พื้นที่ใช้สอย แต่ดูถึง "Value" ในอนาคต
  • ทำเลทองใหม่: นอกจากบางนาและกรุงเทพกรีฑา ย่าน "จตุโชติ" กำลังมาแรง เนื่องจากเข้าถึงใจกลางเมืองง่ายด้วยทางด่วนและวงแหวน ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

“การสำรวจตลาดจะเห็นได้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านจัดสรรในระดับราคานี้มีจำนวนที่ลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าบ้านจัดสรรที่มีราคาต่ำกว่า ผู้ประกอบการหลายรายจึงพยายามเข้ามาแย่งกำลังซื้อในกลุ่มนี้ “


เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ A True Legacy of Wealth 

เพื่อตอกย้ำทิศทางการเติบโต แสนสิริได้เปิดตัวโครงการเรือธงปี 2569 อย่าง “เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” มูลค่า 3,000 ล้านบาท ชูดีไซน์ใหม่สไตล์ Berlin ครั้งแรกในย่านรามอินทรา โดยมีไฮไลต์คือบ้านขนาดใหญ่พิเศษถึง 504 ตร.ม. บนทำเลหน้าทะเลสาบ (Lakefront) ในราคาเริ่มต้นราว 17 ล้านบาท

ความแข็งแกร่งของแบรนด์เศรษฐสิริที่สั่งสมมากว่า 20 ปี มูลค่าสะสม 98,000 ล้านบาท สะท้อนผ่านราคา Resale ที่เติบโตต่อเนื่องปีละ 7-9% ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ซื้อมาในราคา 19 ล้านบาท สามารถขยับขึ้นเป็น 22 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี

สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่มีแบรนด์แข็งแกร่งรองรับ ไม่ใช่เพียงการซื้อทรัพย์สิน แต่มันคือการสร้าง "มรดกแห่งความมั่งคั่ง" ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และสามารถส่งต่อความมั่งคั่งนี้จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง (A True Legacy of Wealth)


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ