
สร้าง Passive Income เดือนละ 2 แสน!เมื่อบ้านหรู 1 หลังทำเงินได้เท่ารายได้ผู้บริหารแสนสิริกางสถิติ “เศรษฐสิริ” ยิวเช่าพุ่ง-รีเซลโตแกร่ง 9% ต่อปี เปิดจังหวะทอง ล็อกต้นทุนเดิมก่อนราคาขยับ 10%
ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผล นักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาแหล่งพักเงินใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลหรือตลาดทุนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
ล่าสุด “อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี" ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) รูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การอยู่อาศัย แต่คือการวางแผนการเงินระยะยาวที่จับต้องได้
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในขณะนี้คือ การที่นักลงทุนโยกเงินจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาลงในบ้านเดี่ยวระดับราคา 15-20 ล้านบาท โดยเฉพาะในทำเลที่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งถือเป็น "ขุมทรัพย์" ของการปล่อยเช่า
“ภัคพริ้ง การุญ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนมองอสังหาฯ เป็นโอกาสทางการเงินที่สร้าง Cash Flow ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะแบรนด์ที่ติดตลาดอย่าง "เศรษฐสิริ" ในโซนศักยภาพอย่างกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านขนาด 300 ตร.ม. สามารถปล่อยเช่าได้สูงถึง 150,000 - 180,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนของระดับผู้บริหารระดับสูง (Executive)
“ปัจจุบัน คนซื้อบ้าน นอกจาก มองหา คุณภาพและความสวยงามของโครงการแล้ว ยังมองถึงโอกาสทางการเงินในอนาคต โดยราคาปล่อยเช่าบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี จะอยู่ที่ประมาณ ล้านละ 5,000-6,000 บาท/เดือน ยิ่งโครงการที่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ เช่น บางนา กรุงเทพกรีฑา ยิ่งได้ราคาปล่อยเช่าดี "
“เรามองว่า การลงทุนในอสังหาฯ จับต้องได้ และทำเงินในอนาคตได้จริง นอกจากค่าเช่าต่อเดือนหลักแสนแล้ว วันนึงอยากขาย ก็ปล่อยต่อได้กำไรดีเช่นกัน”
แสนสิริ ยังมองว่า "ตอนนี้คือจังหวะที่ดีที่สุด" ในการซื้อหรือลงทุนอสังหาฯ ด้วยเหตุผลสรุปได้จาก 3 ปัจจัยหลักที่มาบรรจบกันพอดี
ด้านกูรูอสังหาฯ อย่าง “สุรเชษฐ์ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุณแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ให้ภาพรวม ว่า ตลาดบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน มีอยู่ราว 20,000 ยูนิต โดยกว่า 70% อยู่ในช่วงราคา 10-30 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ "โปรไฟล์ผู้ซื้อ" เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
“การสำรวจตลาดจะเห็นได้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านจัดสรรในระดับราคานี้มีจำนวนที่ลดลงในอัตราที่ต่ำกว่าบ้านจัดสรรที่มีราคาต่ำกว่า ผู้ประกอบการหลายรายจึงพยายามเข้ามาแย่งกำลังซื้อในกลุ่มนี้ “
เพื่อตอกย้ำทิศทางการเติบโต แสนสิริได้เปิดตัวโครงการเรือธงปี 2569 อย่าง “เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” มูลค่า 3,000 ล้านบาท ชูดีไซน์ใหม่สไตล์ Berlin ครั้งแรกในย่านรามอินทรา โดยมีไฮไลต์คือบ้านขนาดใหญ่พิเศษถึง 504 ตร.ม. บนทำเลหน้าทะเลสาบ (Lakefront) ในราคาเริ่มต้นราว 17 ล้านบาท
ความแข็งแกร่งของแบรนด์เศรษฐสิริที่สั่งสมมากว่า 20 ปี มูลค่าสะสม 98,000 ล้านบาท สะท้อนผ่านราคา Resale ที่เติบโตต่อเนื่องปีละ 7-9% ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ซื้อมาในราคา 19 ล้านบาท สามารถขยับขึ้นเป็น 22 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่มีแบรนด์แข็งแกร่งรองรับ ไม่ใช่เพียงการซื้อทรัพย์สิน แต่มันคือการสร้าง "มรดกแห่งความมั่งคั่ง" ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และสามารถส่งต่อความมั่งคั่งนี้จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง (A True Legacy of Wealth)
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney