
SENA จากผู้พัฒนาบ้านติดโซลาร์สู่ดีลเลอร์รถ EV เต็มตัว กับกลยุทธ์เชื่อมโยง 3 สินทรัพย์หลักเป็นเนื้อเดียว เพื่อแก้สมการวิกฤติพลังงานและปลดล็อกอิสระทางการเงินให้ผู้บริโภคยุคใหม่
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ต้องเผชิญกับโจทย์หิน ทั้งกำลังซื้อที่เปราะบางและยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่พุ่งสูงถึง 70% การเดินหน้าธุรกิจแบบเดิม ด้วยการ "สร้างบ้าน-ขายบ้าน" เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป
ล่าสุด บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ภายใต้การนำของ ดร.ยุ้ย - ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กำลังทำ "บิ๊กมูฟ" ครั้งสำคัญ ด้วยการทรานส์ฟอร์มตัวเองจาก Developer สู่การเป็น “Green Lifestyle Platform”
โดยมีจุดแข็งจากการมีบริษัทในเครือที่ครบวงจร ตั้งแต่บริษัทก่อสร้าง ธุรกิจพลังงานโซลาร์ ธุรกิจ Non-Bank อย่าง "เงินสดใจดี" และล่าสุดกับการรุกเข้าสู่ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้ชื่อ “SENA Green Auto”
ทั้งนี้ มาจากการที่ ดร.ยุ้ย มองว่าปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องที่อยู่อาศัย แต่คือ "ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน" ภายใต้วิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยตรง เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ที่กระทบต่อแผนการเงินส่วนบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
" mission ของบริษัท ยังคงมุ่งมั่น ที่มองลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง และ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า ที่เริ่มจากที่่อยู่อาศัย และใช้ความชำนาญ สร้างความสามารถในการแข่งขัน และแตกไลน์ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การทำธุรกิจปัจจุบัน นอกจากเพื่อกำไรแล้ว ดูแลสังคม และ สิ่งแวดล้อม ต้องไปด้วยกันได้ "
เจาะโมเดลธุรกิจของ SENA นั้น กำลังเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น “Energy Hub” หรือปั๊มน้ำมันส่วนตัวที่สามารถผลิต ใช้ และบริหารจัดการพลังงานได้เอง โดยมอง Asset ในมุมมองใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ตามสมการนี้
บ้าน = ความมั่นคงของชีวิต: รากฐานของการอยู่อาศัย
รถ = อิสระของชีวิต: การเดินทางที่สะดวกและคล่องตัว
พลังงาน = รายจ่ายที่ต้องควบคุม: ตัวกำหนดคุณภาพชีวิตและต้นทุนคงที่ในทุกเดือน
ผ่านแนวคิด “Infinite Clean Energy Loop” ที่เชื่อมโยง บ้าน-โซลาร์-รถ EV เข้าไว้ในวงจรเดียว ทำให้บ้านผลิตไฟเพื่อใช้ในครัวเรือนและชาร์จรถไฟฟ้าได้จริง ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
“ วันนี้ โซลาร์เซลล์ ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อรักษ์โลก แต่คือทางรอดทางการเงิน ด้วยต้นทุนเริ่มต้นเพียง 95,000 บาท แต่คืนกลับมาเป็นเงินคืนภาษีสูงสุด 200,000 บาท และกำไรจากการลดค่าไฟได้ทันที 30-50% นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของบ้านยุคใหม่”
อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญที่จะทำให้ Ecosystem นี้ขับเคลื่อนได้จริง คือ “เงินสดใจดี” และการวางแผนทางการเงินที่ชาญฉลาด (Smart Finance) เพื่อให้ Green Lifestyle ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวย แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้
ดร.ยุ้ย เปิดเผยว่า จากการเปรียบเทียบข้อมูลการเงินพบว่า การใช้สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Home Equity Loan) มาบริหารจัดการเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ดังนี้
จะเห็นได้ว่า การใช้ระยะเวลากู้ที่ยาวขึ้นแบบสินเชื่อบ้าน ช่วยลดภาระการผ่อนต่อเดือนลงได้มากกว่าครึ่ง (จาก 7,690 บาท เหลือ 3,619 บาท) เพิ่มสภาพคล่องให้กับรายจ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
ในมิติของการวางแผนการเงินส่วนบุคคล บิ๊กมูฟของ SENA ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่หากมองผ่านเลนส์การเงิน คือ การเปลี่ยนวิธีบริหาร Cash Flow (กระแสเงินสด) ในชีวิตประจำวันอย่างสิ้นเชิงด้วย เช่น
ทั้งนี้ ในปี 2569 นี้ SENA ตั้งเป้ายอดขายรถ EV ไว้ที่ 1,000 คัน จากเดิมในปีที่ผ่านมาที่ทำยอดขายได้ 560 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายแล้วกว่า 150 คัน มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงดีมานด์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
จะเห็นได้ว่า โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงแต่สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการวางรากฐานสู่การเป็น “Lifestyle Infrastructure” ที่ช่วยให้คนไทยสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และก้าวสู่การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “Lifelong Trusted Partner” ที่ไม่ได้ขายเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ขาย "ทางรอด" ในยุควิกฤติพลังงาน
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney