
ล่าสุดบริษัทเทคเจ้าใหญ่ทั่วโลกต่างประกาศลดพนักงาน Layoff กันเพียบ ในไทยหลายบริษัทเริ่มลดขนาดลดคนทำให้ “ปริมาณงาน” มากขึ้น แต่ “คนทำงาน” กลับลดลง บางคนทุ่มเททำงานจนป่วย ต้องลางานบ่อยๆ บางคนเจอโรคร้ายแรงขึ้นมาสถานการณ์แบบนี้ ถึงองค์กรไม่ได้มีประกาศปลดพนักงาน แต่เลือกจิ้มออกทีละคน ถ้าเจ็บป่วยแต่มีคำสั่งให้ออกจะได้เงินชดเชยไหม? Thairath Money รวบรวมสิทธิและสิ่งที่คนทำงานต้องรู้เพื่อรับมือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น
เรื่องแรกที่ต้องรู้คือ "สิทธิลาป่วย" ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานบอกไว้ชัดเจนว่า ทุกคนมีสิทธิลาป่วยได้ "เท่าที่ป่วยจริง" จะลากี่วันก็ได้กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้จนกว่าจะหายดี แต่ในกรณีที่ลาป่วยแล้วบริษัทต้องจ่างค่าจ้างให้เต็มๆ จะกำหนดไว้ที่ไม่เกินปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้คือ ถ้าลาป่วยติดต่อกัน 3 วันทำงานขึ้นไป ควรยื่นใบรับรองแพทย์ให้ทางบริษัทเพราะเขามีสิทธิขอได้เช่นกัน (กฎหมายเปิดช่องให้ลูกจ้างชี้แจงด้วยวิธีอื่นๆ ได้เช่นกันขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี)
นอกจากนี้ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ยังระบุไว้ว่า “ถ้าไม่มาทำงานเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร” นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้
ดังนั้นต้องแจ้งสาเหตุที่ไม่ได้ไปทำงานให้บริษัทรับรู้เสมอ แนะนำว่าควรระบุเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนเป็นหลักฐานไว้ก่อนดีกว่า
การเจ็บป่วย กว่าจะหายดีอาจต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด ดังนั้นหลังจาก 30 วันแรกที่ลาป่วยแล้ว ถ้าหมอสั่งให้ลาพักต่อโดยมีใบรับรองแพทย์ และเราเป็นผู้ประกันตนของประกันสังคมอยู่ สามารถเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท
เงื่อนไขหลักคือ เงินทดแทนฯ ก้อนนี้จะเบิกได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน สูงสุดไม่เกินปีละ 180 วัน ซึ่งถ้าใครเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังจะได้มากกว่าคือ เบิกได้สูงสุดไม่เกิน 365 วันแต่เราต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนป่วย ย้ำอีกทีว่าต้องเป็นการหยุดงานตามใบรับรองแพทย์เท่านั้น
ถ้าเราป่วยเรื้อรัง เป็นโรคร้ายแรง บริษัทมีสิทธิไล่ออกไหม? คำตอบเรื่องนี้อาจดูโหดร้าย คือ "ได้" เป็นเงื่อนไขเดียวกับการเลิกจ้างด้วยเหตุผลอื่นๆ คือ ถ้านายจ้างประเมินแล้วว่า ป่วยจนกระทบต่อการทำงาน ไม่สามารถทำงานต่อได้จริงๆ อาจพิจารณาเลิกจ้าง
แต่การเลิกจ้างเพราะป่วย ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างตามมาตรา 119 ดังนั้น บริษัท "ต้องจ่ายเงินค่าชดเชย" ตามอายุงานอย่างครบถ้วนตามกฎหมายตามอายุงาน คือ
- ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี: ได้รับค่าชดเชย 30 วัน
- ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี: ได้รับค่าชดเชย 90 วัน
- ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี: ได้รับค่าชดเชย 180 วัน
- ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี: ได้รับค่าชดเชย 240 วัน
- ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี: ได้รับค่าชดเชย 300 วัน
- ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป: ได้รับค่าชดเชย 400 วัน
ขณะเดียวกัน ถ้านายจ้างบอกเลิกจ้างปุบปับ เช่น แจ้งวันนี้ให้ออกพรุ่งนี้ บริษัทต้องจ่ายค่าตกใจให้ด้วย เพราะตามกฎหมายแล้ว นายจ้างหรือบริษัทต้อง แจ้งล่วงหน้าก่อน “งวดการจ่ายค่าจ้างรอบถัดไป” ไม่ใช่แค่ 30 วัน อย่างถ้าเงินเดือนออกทุกวันที่ 25 ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนงวดจ่ายเงินนั้นเอง (ปกติคือเท่ากับค่าจ้าง 1 งวด)
สุดท้ายนี้ การเลิกจ้าง ไม่เท่ากับ ต้องเซ็นใบลาออก! เพราะถ้าเราเซ็นลาออกสิทธิต่างๆ ด้านบนอาจหายไป ดังนั้นก่อนจะเซ็นเอกสารควรอ่านข้อมูลอย่างละเอียด ให้ชัดเจน ถ้าไม่แน่ใจในเงื่อนไขต่างๆ สามารถขอปรึกษาไปที่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เบอร์ 1546 เพื่อร้องเรียนหรือไกล่เกลี่ยให้เราได้รับสิทธิตามกฎหมาย
อ้างอิงข้อมูล กระทรวงแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney