
งวดล่าสุดของสลากกินแบ่งฯ แบบดิจิทัลมีคนถูกรางวัล 19 ใบ รับไปเลย 114 ล้านบาท ถึงงวดนี้จะยังไม่ใช่เรา แต่ถ้าวันหนึ่งเกิด “ถูกรางวัลที่ 1 จะเอาเงินไปทำอะไรดี?”
วันนี้ Thairath Money จะมาชวนเปิดแผนจัดการเงินก้อนโตให้งอกเงย พร้อมสรุปช่องทาง “เสี่ยงโชคแบบเงินต้นไม่หาย” รวมถึงวิธีสร้างเงินล้านด้วยตัวเองแบบไม่ต้องรอโชคชะตา
ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะถูกเงินรางวัลหลักพันหรือหลักล้าน เราก็ควรคิดเรื่องเงินให้รอบด้าน อย่า “จ่ายไปก่อน” โดยคิดว่าถูกรางวัลแล้วจะเปย์เท่าไรก็ได้ เบื้องต้นมี 3 เรื่องหลักที่ต้องใส่ใจ
1. หักภาษีและจัดการหนี้
หากเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล จะถูกหักค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติม (กรณีสลากการกุศลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ไม่เสียอากรแสตมป์)
แยกให้ชัด ทรัพย์สิน-หนี้สิน นำเงินไปจัดการหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงก่อน เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้นอกระบบ
2. เงินไม่ขาดมือ ปั้นกองทุนฉุกเฉิน
ถึงรวยแค่ไหน เราต้องบริหารสภาพคล่องให้ดี บางคนถูกรางวัลใหญ่แล้วเอาเงินล้านไปซื้อที่ดินซะหมด ต่อมา “มีเรื่องต้องใช้เงินด่วน” ถึงมีที่ดินก็ขายเอาเงินมาใช้ทันทีไม่ได้ ดังนั้น ต้องจัดสรรเงินให้มีสภาพคล่องป้องกันปัญหา เงินขาดมือ เช่น อาจแบ่งฝากเงินไว้ในบัญชีดิจิทัลดอกเบี้ยสูง เป็นต้น
นอกจากนี้ เราต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินราว 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดคิด
3. แบ่งเงินใช้ชีวิต - เงินเพื่ออนาคตให้ชัด
ลองถามเป้าหมายในชีวิตของตัวเองแล้วค่อยจัดสรรเงินตามนั้น แต่ส่วนสำคัญคือ วางแผนการเงินและควรลงทุนเพื่ออนาคต ให้เงินที่มีงอกเงยต่อเนื่อง โดยอาจจัดสัดส่วนพอร์ตตามนี้
- 50% ลงทุนปลอดภัย ในพันธบัตรหรือหุ้นกู้คุณภาพดี
- 30% ลงทุนเน้นเติบโต เช่น หุ้นพื้นฐานดี หรือกองทุนรวม
- 20% สภาพคล่อง ไว้เผื่อเติมหุ้นที่ต้องการ หรือรับมือเรื่องไม่คิด
นี่เป็นเพียงตัวอย่างพอร์ตการลงทุนเท่านั้น เราสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตามที่ต้องการ ถ้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองนำเป้าหมายในชีวิต ข้อมูลทรัพย์สิน หนี้สินที่มีเดินเข้าไปถามธนาคาร ที่มีผู้เชี่ยวชาญการดูแลว่าจะวางแผนยังไง เคล็ดลับคือ ไปคุยกับหลาย ๆ คน หลาย ๆ แบงก์เพื่อให้เรามีทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วค่อยตัดสินใจตามความเสี่ยง และแบบแผนที่เราชอบ
การจะถูกรางวัลใหญ่ไม่ง่ายเลย แต่ถ้าเรานำเงินที่ซื้อหวย (หลายคนซื้อเป็นหลักพันต่อเดือน) มาวางแผนว่าจะต่อยอด เป้าหมายการมีเงินล้านก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ตัวอย่างเช่น ออมเงินเดือนละ 3,000 บาท ได้ผลตอบแทนมา ก็ใส่กลับเข้าไปลงทุนต่อ
กรณีผลตอบแทนที่ 1.7% ต่อปี (เช่น เงินฝากดิจิทัล) สิ้นปีที่ 23 จะมีเงิน 1,019,984 บาท
มาจากเงินต้น 828,000 บาท ส่วนผลตอบแทน 191,984 บาท
กรณีผลตอบแทนที่ 5% ต่อปี สิ้นปีที่ 18 จะมีเงิน 1,063,404 บาท
มาจากเงินต้น 648,000 บาท ส่วนผลตอบแทน 415,404 บาท
กรณีผลตอบแทนที่ 10% ต่อปี สิ้นปีที่ 14 จะมีเงิน 1,107,809 บาท
มาจากเงินต้น 504,000 บาท ส่วนผลตอบแทน 603,809 บาท
แม้อาจจะใช้เวลานานหลักสิบปี แต่ถ้าเราทยอยออม ลงทุนอย่างมีวินัย พอร์ตเงินล้านไว้สร้างตัวก็เป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ถูกรางวัลใหญ่ก็เหมือนชีวิตได้ทางลัดจากต้นทุนที่น้อยกว่า แต่ระหว่างที่ได้ “ลุ้น” รางวัลก็ถือเป็นสีสัน และความสดชื่นของชีวิตได้เช่นกัน วันนี้ เรามีหวยที่ซื้อแล้ว ได้ลุ้นรางวัลแต่เงินต้นไม่หายมาแนะนำ
อย่างแรก สลากออมทรัพย์ ซึ่งมีหลายธนาคารให้เลือกซื้อ เลือกลุ้นรางวัลหลักล้าน หลักสิบล้านบาท ซื้อใบเดียวลุ้นได้หลายงวด แถมยังได้ดอกเบี้ยตามที่ระบุหน้าสลากด้วย เช่น
สลากออมสิน มีทั้งแบบใบและดิจิทัล เริ่มต้นที่ 100 บาท/หน่วย ลุ้นรางวัลใหญ่หลักสิบล้าน
สลาก ธ.ก.ส. จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 100 บาท/หน่วย
สลากออมทรัพย์ ธอส. จาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank) ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 100 บาท/หน่วย
ส่วนปี 2568 ที่ผ่านมามีข่าว หวยเกษียณ คือให้ประชาชนตามเกณฑ์สามารถซื้อสลากฯ ผ่านดิจิทัลและลุ้นรางวัลใหญ่ ส่วนเงินที่ซื้อสลากไปจะเก็บออมไว้ใช้ยามเกษียณ แต่ยังต้องลุ้นกันว่าโครงการนี้จะมีความคืบหน้าและออกมาใช้ได้จริงเมื่อไร
สุดท้ายนี้ “ดวงดี” อาจทำให้เรามี 10 ล้านในวันเดียว แต่ “ความรู้การเงิน” จะทำให้ 10 ล้านนั้นอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ดังนั้นจะถูกหวยหรือถูกกินก็ต้องเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้…
อ้างอิงข้อมูล GLO, SET, ธปท., สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส.
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney