
เพราะความสุขของ "ลูก" คือที่สุด! เจาะลึกสถิติทาสรักสายเปย์ในไทย พร้อมกางแผนการเงินฉบับพ่อแม่มือใหม่ จ่ายเท่าไหร่ถึงจะพอดีให้อุ่นใจทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
เคยไหม? กลับบ้านมาเหนื่อยๆ แค่เห็นเจ้าตัวนุ่มฟูวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหา หรือเห็นหน้ามึนๆ ของน้องแมว ความเหนื่อยสะสมมาทั้งวันก็แทบจะปลิวหายไปเลย เรื่องนี้ไม่ได้มโนไปเองแน่นอน เพราะมีผลงานวิจัยรองรับว่า การจ้องตาหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงช่วยให้สมองหลั่ง Dopamine และ Oxytocin (สารแห่งความสุข) ออกมา ช่วยลดความเครียดและเติมพลังใจได้แบบ Real-time
นี่คือที่มาของเทรนด์ “Petsumer” (Pet + Consumer) ในไทยที่กำลังบูมสุดๆ เมื่อเราไม่ได้มองพวกเขาเป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่คือ "ลูก" หรือสมาชิกคนสำคัญในครอบครัวที่พร้อมจะเปย์ให้แบบไม่อั้น!
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยกำลังโตแบบก้าวกระโดด และจะแตะระดับ 100,000 ล้านบาท ในปี 2569 นี้แล้ว
ความสุขซื้อได้ด้วยเงิน แต่เงินในกระเป๋าก็ต้องเหลือไว้กินข้าวด้วย บทความนี้ Thairath Money ชวนมาลองกางตัวเลขดูว่า การเลี้ยงลูกขนฟูหนึ่งตัวแบบ "คุณภาพชีวิตดี" มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
1. ค่ากินและของใช้ (รายเดือน)
อย่างไรก็ดี การซื้ออาหารแพ็กใหญ่ช่วงโปรโมชัน 11.11 หรือ 12.12 ช่วยประหยัดไปได้เยอะ
2. ค่าหมอที่ต้องเจอแน่ๆ (รายปี)
3. งบฉุกเฉิน (ที่ห้ามมองข้าม)
รู้ไหมว่า? ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการเลี้ยงแบบปกติอยู่ที่ 7,910 บาท/ปี แต่ถ้าเลี้ยงแบบ "เป็นลูก" ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงถึง 50,500 บาท/ปี เพราะรวมถึงค่าอาบน้ำตัดขน, เสื้อผ้าแฟชั่น, และที่สำคัญคือ "ค่ารักษาพยาบาลยามป่วย"
การเตรียมพร้อมคือหัวใจสำคัญเพื่อให้เราและน้องอยู่ด้วยกันไปนานๆ โดยไม่เครียดเรื่องเงินทีหลัง
จะเห็นได้ว่า การซื้อความสุขให้สัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาคือสุขภาพจิตที่ดีและรอยยิ้มในทุกวัน เพียงแค่เรา "วางแผนให้เป็น" ความสุขนั้นก็จะยั่งยืนทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรักนั่นเอง
ที่มา : ทีทีบี ,ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ,ไทยพาณิชย์
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney