เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เทคนิคโปะบ้านแบบไหน ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และปิดหนี้ได้เร็วที่สุด ?

Date Time: 13 เม.ย. 2569 11:00 น.

Video

หุ้นไทยกำลังฟื้น vs หุ้นนอกกำลังลง เลือกอะไรดี? | Money Issue EP.47

Summary

อยากหมดหนี้บ้านไวต้องทำยังไง? เทียบชัดๆ โปะบ้านทุกเดือน VS โปะเงินก้อนรายปี แบบไหนประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า พร้อมเคล็ดลับคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และเทคนิคการโปะบ้านที่ปิดหนี้ได้เร็วขึ้น

การมี "บ้าน" เป็นของตัวเอง คือ ความฝัน แต่ "หนี้บ้าน" ที่ยาวนานกว่า 20-30 ปี อาจเป็นฝันร้ายหากเราไม่มีการวางแผนที่ดี ซึ่งเคล็ดลับที่เหล่ากูรูการเงินแนะนำเสมอคือ "การโปะบ้าน" หรือการชำระเงินเกินกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้เงินส่วนเกินนั้นพุ่งตรงไป "ลดเงินต้น" ให้เหลือน้อยลงอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากดอกเบี้ยบ้านคิดคำนวณแบบ "ลดต้นลดดอก" (Effective Rate) ยิ่งเราลดต้นได้เร็วเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย 

บทความนี้ Thairath Money ชวนมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่า ระหว่าง "โปะเพิ่มทุกเดือน" กับ "โปะเงินก้อนรายปี" แบบไหนจะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่ากัน?

เปิดเคสตัวอย่าง: ผ่อนปกติ vs โปะเพิ่ม

สมมติว่าคุณกู้ซื้อบ้านในวงเงิน 3,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา โดยมีค่างวดปกติที่ต้องชำระ 21,000 บาทต่องวด (รวม 286 งวด)


ทำไม "โปะทุกเดือน" ถึงชนะ?

จากตารางจะเห็นว่า แม้จะใช้จำนวนเงินรวมต่อปีเท่ากันคือ 36,000 บาท แต่การ โปะเพิ่มเดือนละ 3,000 บาท (แบบ B) สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการโปะปีละครั้งถึง 25,546 บาท และยังทำให้หนี้หมดเร็วกว่าเดิมอีกประมาณ 2 งวด

เหตุผลก็คือ เมื่อเราโปะทุกเดือน เงินต้นจะทยอยลดลงทันทีในทุกงวด ส่งผลให้การคำนวณดอกเบี้ยในเดือนถัดไปลดลงอย่างต่อเนื่อง 

สูตร: (เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในเดือน) / 365) 

ต่างจากการโปะรายปีที่เงินต้นจะลดลงฮวบเดียวตอนปลายปี ทำให้เสียโอกาสในการลดดอกเบี้ยระหว่างเดือนไป

วิธีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

1. โปะทุกเดือน (ชำระเกินทุกงวด)

  • เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ประจำมั่นคง มีวินัยการออมสูง และมีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือน
  • ข้อดี: ประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด วางแผนรายจ่ายได้คงที่ และสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี

2. โปะเงินก้อนรายปี

  • เหมาะกับ: คนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือได้รับเงินก้อนใหญ่เป็นช่วงเวลา เช่น เงินโบนัส หรือค่าคอมมิชชัน
  • ข้อดี: มีความยืดหยุ่นสูง หากเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินก็ไม่ต้องฝืนโปะ และสามารถสะสมเงินไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

3 เช็กลิสต์ก่อนเริ่มโปะบ้าน

อย่างไรก็ดี ก่อนจะนำเงินไปโปะบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรสำรวจความพร้อมดังนี้ 

  1. เช็กสภาพคล่อง: มั่นใจว่าไม่มีหนี้ดอกเบี้ยสูงอื่นๆ (เช่น หนี้บัตรเครดิต) และมี "เงินสำรองฉุกเฉิน" เพียงพอแล้ว
  2. คำนวณสัดส่วน: ยอดผ่อน + ยอดโปะ รวมกันแล้ว ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
  3. เลือกวันโปะให้ถูก: ควรโปะใน "วันเดียวกับที่ธนาคารตัดรอบบัญชี" เพื่อให้เงินทั้งหมดไปหักเงินต้นแบบเน้นๆ โดยไม่ถูกหักไปเป็นดอกเบี้ยรายวันสะสม

ทั้งนี้ หากเรามีวินัยและมีรายได้คงที่ การโปะเพิ่มทุกเดือนคือวิธีที่คุ้มค่าที่สุด แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน การ "เริ่มโปะ" ตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการผ่อนจ่ายตามขั้นต่ำไปเรื่อยๆ แน่นอน 

ที่มาข้อมูล: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ