น้ำมันพุ่ง-เศรษฐกิจพับ! แบงก์ชาติเร่งกลุ่มธนาคารฯ ช่วยลูกหนี้ ชงลดดอกเบี้ย-ลดค่างวด-ให้กู้เพิ่ม

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

น้ำมันพุ่ง-เศรษฐกิจพับ! แบงก์ชาติเร่งกลุ่มธนาคารฯ ช่วยลูกหนี้ ชงลดดอกเบี้ย-ลดค่างวด-ให้กู้เพิ่ม

Date Time: 8 เม.ย. 2569 11:31 น.

Video

บทเรียนจากวิกฤติ สู่แผนลงทุนปี 2026 จากงาน "THE INVESTORS" | SET x Thairath Money

Summary

ธปท. ออกประกาศให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน

  • มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมทั้งสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่ เพื่อลดภาระหนี้สิน
  • สินเชื่อเดิม: ให้ปรับลดค่างวด, ดอกเบี้ย, หรือพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้
  • สินเชื่อใหม่: พิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพธุรกิจ
  • ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

Latest


สงกรานต์ปี 2569 นี้ดูจะเงียบกว่าเดิม เพราะราคาน้ำมันพุ่งทำให้ต้นทุนชีวิตของหลายคนสูงตาม ไหนจะเศรษฐกิจที่ชะลอที่ทำให้รายได้คนไทยโตช้าลง หรือหยุดนิ่ง จนหลายคนมองว่าไทยเข้าสู่วิกฤติที่หนักกว่าตอนโควิดเสียอีก นี่อาจเป็นสาเหตุหลักให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศฉบับล่าสุดนี้มา

แบงก์ชาติขอให้ธนาคารฯ ช่วยลูกหนี้...

วันที่ 8 เม.ย. 2569 ทาง ธปท. ออกประกาศขอให้สถาบันการเงินฯ เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อทำให้ประชาชน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องการสภาพคล่องมากกว่าเดิม

ทั้งนี้ ธปท. กำกับดูแลในหลายธุรกิจทั้งสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และอื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่ ให้ได้รับเงื่อนไขจ่ายหนี้แบบผ่อนปรน และเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องได้มากขึ้น

1. สินเชื่อเดิม ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน (pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่างวดของลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. หารือทำความเข้าใจเงื่อนไขของมาตรการข้างต้นกับลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน (หากมี) และแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว

2. สินเชื่อใหม่ ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. พิจารณาช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยในส่วนของสถาบันการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจ นอกจากนี้ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจยังสามารถพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ SMEs ที่มีหลักประกันภายใต้กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” ซึ่งเป็นการผ่อนปรนแนวทางการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นการเฉพาะชั่วคราว โดยสามารถพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้

ส่วนทางแบงก์ชาติเองจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างรอบด้านเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายและปรับใช้มาตรการได้อย่างเหมาะสม

หลังจากนี้คงต้องติดตามว่า ธนาคารในไทยและภาคเอกชน จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมามากแค่ไหน ให้ระยะเวลาลูกหนี้ได้ปรับตัวในช่วงที่ไม่แน่นอนอย่างไร 

เช็กสัญญาณลูกหนี้: ก่อนมีปัญหาต้องคุยกับธนาคาร

สำหรับคนที่มีสินเชื่อหลายประเภท แม้รายได้อาจยังไม่ลดลงแต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องเช็กสุขภาพการเงินของตัวเองว่า “ไหวแค่ไหน” 

เริ่มจากการจดรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สินทั้งหมดที่มีกับเจ้าหนี้ทุกราย (ทั้งยอดหนี้รวม, ค่างวด, อัตราดอกเบี้ย) ถ้าหักลบแล้วแต่ละเดือนยังจ่ายไหวถือว่าสบายใจได้บ้าง แต่อย่าลืมเตรียมแผนรับมือ หากวันนึงรายได้หายไป… เรามีเงินสำรองพร้อมเปย์กับค่าใช้จ่ายจำเป็น และหนี้ทั้งหมดนี้ ให้อยู่ได้อีกกี่เดือน อย่างน้อยๆ ควรมี 3-6 เดือนเพื่อให้เรามีจังหวะได้พักหายใจบ้าง

ในกรณีที่ประเมินตัวเองแล้วว่า “ไม่ไหว” ก็ถึงเวลา จัดลำดับความสำคัญ ว่า หนี้ก้อนไหนที่เราจะไปขอเจรจากับธนาคาร, บริษัทบัตรเครดิตได้บ้าง โดยเราเตรียมข้อมูลรายได้-รายจ่าย เข้าไปคุยกับธนาคารได้เลยว่า พร้อมจะผ่อนต่อเดือนเท่าไร หรือ จะปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนหนี้อัตราดอกเบี้ยสูงให้ต่ำลงอย่างไรได้บ้าง 

วันนี้ Thairath Money มีเช็กลิสต์แบบง่ายๆ ให้เราประเมินว่า หนี้ที่มีอยู่เราไหวจริงไหม

[   ] จ่ายขั้นต่ำมานานหลายเดือน

[   ] ต้องกู้เงินจากที่อื่นมาโปะหนี้เดิม

[   ] ค่างวดของหนี้ทั้งหมด สูงเกินกว่า 40% ของรายได้

[   ] ออกจากงานกะทันหัน หรือ มีเรื่องด่วนให้รายได้ลดลง

[   ] มีเงินสำรองไม่ถึง 3-6 เดือน

ถ้าเรามีปัญหาเหล่านี้บ่อยๆ ก็อาจถึงเวลาต้องมาคิดและวางแผนกันแล้วว่า หนี้ที่มีอยู่ จะทำยังไงให้ไม่กลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่กว่าเดิม รีบแก้ปัญหาหนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจทำให้ ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายให้ธนาคาร กลับมาอยู่ในกระเป๋าเงินเราได้มากขึ้น 



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ