
หลังจากมีมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop ปี 2568-2571 หลายครัวเรือนสนใจใช้สิทธิ์นี้ แต่หลายคนก็กังวลใจว่า จะคุ้มค่าแก่การลงทุนไหม? เรื่องนี้มีผู้ผลิต Solar Cell และสถาบันการเงินช่วยแบ่งเบา โดยมีแคมเปญออกมานำเสนอ
เดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่องมาตรการสำคัญเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน โดยกรมสรรพากรระบุถึงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้งระบบ Solar Rooftop สำหรับที่อยู่อาศัย มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ
บุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
โดยเป็นการติดตั้งต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.)
ใช้หลักฐาน ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice)
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571
ใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง และไม่เกิน 1 ระบบ ตลอดโครงการ
สำหรับเจ้าของบ้านต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้เข้าเงื่อนไขของภาครัฐ ดังนี้
ต้องเป็นที่อยู่อาศัยจริง: ระบบ Solar Rooftop ต้องติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือในบริเวณที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ในบ้านเท่านั้น
ผู้ขอใช้สิทธิ์ต้องเป็นเจ้าของ: ชื่อในใบเสร็จค่าติดตั้งและใบรับรองต่างๆ ตรงกับผู้ที่จะยื่นภาษี
ขนาดการติดตั้ง: มาตรการจะครอบคลุมการติดตั้งเพื่อใช้เองภายในบ้าน คือ ขนาดไม่เกิน 10 kWp สำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่วไป
กระบวนการขออนุญาต: ต้องดำเนินการขออนุญาตขนานไฟกับการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.) ให้ถูกต้องตามระเบียบ
จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) เผยว่า มาตรการนี้ออกแบบเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายของประชาชน ให้มีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น เนื่องจากการติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 5kW จะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,000-2,500 บาทต่อเดือน
ในด้านผู้ให้บริการ Solar Rooftop เอกภัทร ปัญญาแก้ว ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า ความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นราว 30–40% โดยโมเดลยอดนิยมคือ Solar Rooftop ขนาด 5kW พร้อมกับแบตเตอรี่ โดยค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเริ่มต้นหลักแสนต้น ๆ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของบ้านแต่ละหลัง
ฝั่งผู้ผลิตอีกรายอย่าง ไอออน เอนเนอร์ยี่ (ION Energy) เทียบปรากฎการณ์นี้คล้ายกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถ EV ที่มีรัฐบาลเป็นตัวเร่งสำคัญให้ประชาชนเกิดการใช้จ่าย พร้อมให้ข้อมูลว่า บ้านที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป หลังติดตั้งโซลาร์แล้วจะสามารถลดต้นทุนค่าไฟได้ราว 30-40% และคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 4 ปี
ส่งผลให้ ION Energy ปล่อยแคมเปญ “ติดโซลาร์ คุ้ม 3 ต่อ”
คุ้มที่ 1 สำรวจหน้างานฟรี มีทีมงานเข้าสำรวจหน้างาน พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งฟรี
คุ้มที่ 2 ผ่อนโซลาร์ 0% จับมือกับบัตรเครดิตและธนาคารชั้นนำที่ร่วมรายการ อาทิ SCB, KBank, กรุงศรี, TTB และธนาคารอื่นๆ ที่ให้ผู้ซื้อสามารถผ่อนโซลาร์ได้ 0% นานสูงสุด 10 เดือน
คุ้มที่ 3 อำนวยความสะดวกเชิงรุก จับมือกลุ่มบริษัทบริหารนิติบุคคลของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายราย จัดแพ็คเกจโซลาร์ยอดนิยมที่เหมาะกับบ้านแต่ละกลุ่ม
โดยตั้งเป้าว่า แคมเปญดังกล่าวจะช่วยดันยอดการติดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น 2,000 หลัง
ฝั่งสถาบันการเงินอย่าง KTC โดย ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต KTC เปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการออกมาตรการลดหย่อนภาษี พบว่า การใช้จ่ายเฉลี่ยผ่านบัตรเคทีซีในหมวด Solar Roof เพิ่มขึ้น 110% และจำนวนธุรกรรมเติบโตขึ้น 40% สะท้อนถึงความต้องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ของประชาชน
KTC ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Solar Rooftop 21 ราย มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้า
ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ด้วยบัตรเครดิต KTC หรือบัตรกดเงินสด "เคทีซี พราว"
รับเครดิตเงินคืน (Cashback) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 13%
ระยะเวลาโปรโมชั่น: ตั้งแต่ 1 มีนาคม - 30 พฤศจิกายน 2569
เมื่อค่าไฟฟ้าเป็น “Fixed cost” ของทุกบ้าน ในวันที่ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมกำลังเข้าขั้นวิกฤติ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ร่วมกับโซลูชันทางการเงิน จึงเป็นการรู้จักบริหารทรัพยากรเพื่อความคุ้มค่าและยั่งยืน
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney