
ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่ เงินมาไม่ทัน”รายจ่าย” KKP เปิด 4 วิกฤติของชนชั้นกลาง ครัวเรือนไทย ยุคน้ำมันแพง ตัดทุกอย่างได้ ยกเว้นค่าเรียน-อนาคตของลูก ดันยอดสินเชื่อผ่านแอปฯโต
ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุ เดือนมีนาคม-เมษายน แต่ดูเหมือนว่า "กระเป๋าตังค์" ของคนไทยปีนี้ กำลังเผชิญกับภาวะ "ฮีทสโตรกทางการเงิน" ที่รุนแรงมากกว่าปีไหนๆ ขณะที่หลายครอบครัว - หลายคนไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเลย แต่กลับเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า "สภาพคล่องขาดมือ" เพราะรายจ่ายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย
อ้างอิงข้อมูลของ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ได้นิยามช่วงเวลานี้ว่าเป็น "ฤดูร้อนทางการเงิน" ที่รุมเร้าครัวเรือนไทย โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและคนเป็นพ่อแม่ที่กำลัง "หัวหมุน" กับการหมุนเงินให้ทันวันเปิดเทอม
โดยพบว่า จากข้อมูลผลวิเคราะห์ผ่านแอป KKP Better พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 ความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยหลักที่บีบคั้นสภาพคล่อง ดังนี้
1. กับดักภาษีเงินได้ จ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม?
ข้อมูลจาก DGA ระบุว่าภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 พุ่งสูงถึง 432,324 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 29% ในรอบ 4 ปี) โดยเฉลี่ยคนทำงานต้องกำเงินสดในมือ 5,000 – 10,000 บาท เพื่อจ่ายภาษีในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ควรจะเก็บไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
2. วิกฤติค่าไฟหน้าร้อน
ทุกๆ 1 องศาที่เพิ่มขึ้น แลกมาด้วยค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น 3% ส่งผลให้บิลค่าไฟเดือนเมษายน-พฤษภาคม พุ่งสูงกว่าปกติ 10-30% กลายเป็นรายจ่าย "ภาคบังคับ" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในภูมิอากาศเช่นนี้
3. เทศกาลแห่งการ "จ่าย" สงกรานต์เงินสะพัดออกจากกระเป๋า
ยอดใช้จ่ายสงกรานต์ปีที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 1.06 แสนล้านบาท สะท้อนว่าแม้เศรษฐกิจจะฝืดเคือง แต่ค่าเดินทางกลับบ้าน ค่าทำบุญ และค่าสังสรรค์ตามวัฒนธรรม ยังคงเป็นภาระก้อนใหญ่ที่เบียดบังงบประมาณส่วนอื่น
4. ค่าเรียนลูก "ภาระที่ตัดไม่ได้" และต้องจ่ายก่อนเวลา
นี่คือวิกฤติที่หนักที่สุดของคนเป็นพ่อแม่ ข้อมูลจาก KKP พบความน่าสนใจว่า พ่อแม่เริ่ม "สแกนจ่าย" เพื่อการศึกษาพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่ง "เร็วกว่ารอบปกติ" เพราะมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเรียนพิเศษสอบเข้า ค่าแรกเข้า และค่าอุปกรณ์การเรียน โดยมียอดจ่ายเฉลี่ยสูงถึง 25,000 บาทต่อคน
อย่างไรก็ดี สถิติที่น่าตกใจคือ ยอดสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาผ่านแอปดังกล่าว ในปี 2568 ปีเดียวสูงถึง 46 ล้านบาท สะท้อนให้เห็น Insight สำคัญของคนเป็นพ่อแม่ยุคนี้ว่า "จะตัดรายจ่ายส่วนตัวเท่าไหร่ก็ได้ จะประหยัดกิน ประหยัดใช้แค่ไหนก็ได้ แต่เรื่องการศึกษาและอนาคตของลูก คือสิ่งเดียวที่พ่อแม่ยอมถอยไม่ได้”
ขณะที่สภาวะ "เงินมาไม่ทันรายจ่าย" ทำให้ความต้องการสินเชื่อและวงเงินพร้อมใช้ขยับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การกู้มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นการกู้เพื่อ "รักษาสัญญา" ที่มีต่ออนาคตของบุตรหลาน
ทั้งนี้ เมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ "ตัวช่วย" ทางการเงิน การบริหารหนี้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ:
วิกฤติค่าครองชีพและภาระช่วงเปิดเทอม คือบททดสอบความแข็งแกร่งทางการเงินครั้งใหญ่ของครอบครัวไทย การยอมรับว่า "หมุนเงินไม่ทัน" ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การรู้จักวางแผนและเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมต่างหาก คือทางรอดที่จะพาครอบครัวผ่านพ้น "ฤดูร้อนทางการเงิน" นี้ไปได้
ที่มา : KKP
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney