
"สรรพากร” กวาดหมด จริงหรือ? สรุปดราม่า ภาษี โอน-ฝาก เกิน 3,000 ครั้ง/ปี ใครกันแน่ที่เสี่ยงโดนตรวจสอบ เป็นแม่ค้าออนไลน์ หรือ สายแบกของกลุ่ม ต้องแยกบัญชีและเตรียมหลักฐานอย่างไร ให้รอด
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้คนรุ่นใหม่ และพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ตื่นตระหนก จากกรณีข่าวระบุ ใครมีธุรกรรมรับโอน-ฝากเงินรวมเกิน 3,000 ครั้ง/ปี เข้าเกณฑ์ต้องรายงาน “ภาษี” กับกรมสรรพากร ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าการช่วยเพื่อนกดบัตรคอนเสิร์ตหรือหารค่าข้าว จะทำให้เสี่ยงถูกเรียกเก็บ “ภาษี” มากขึ้นหรือไม่?
บทความนี้ Thairath Money ชวนสรุปทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังกลัวอยู่นี้ มีชื่อเรียกทางกฎหมายว่า "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" หรือ เกณฑ์ e-Payment ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถเข้าถึงข้อมูลเส้นทางการเงินและคัดกรองผู้มีรายได้เข้าสู่ระบบภาษีได้แม่นยำมากขึ้น และเพื่อรองรับระบบภาษี รวมถึง เอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในยุคใหม่ด้วย
โดยเกณฑ์ "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ที่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ทุกแห่งในประเทศไทย ต้องรายงานให้แก่กรมสรรพากร ได้แก่ธุรกรรม ฝากหรือรับโอนเงิน (เฉพาะขารับ) โดยนับยอดรวมทุกบัญชีภายใน 1 ปี ของสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการรายนั้น ๆ ตามเงื่อนไขดังนี้
ซึ่งหากคุณเข้าเกณฑ์ ข้อมูลที่สรรพากรจะได้รับประกอบด้วย
อย่างไรก็ดี จุดต้องเน้นย้ำ คือ ธนาคารจะส่ง "ข้อมูล" ไม่ใช่ส่ง "เงินภาษี" ภายใต้ความอยากรู้ว่าเรามีเงินเข้าเท่าไหร่ แต่ยังจะไม่ได้เก็บภาษีจากเรา ขณะเดียวกัน จะนับแค่ “ขารับ" (ฝาก/โอนเข้า) เท่านั้น ขาที่เราโอนเงินออกไปซื้อของ จ่ายค่าไฟ จะไม่ถูกนับใน 3,000 ครั้ง และจะนับรวม "รายธนาคาร" (ถ้ามี 3 บัญชีในธนาคาร A ก็นับรวมทั้ง 3 บัญชี แต่ไม่เอาไปรวมกับธนาคาร B)
Case A: สายแบก/สายหาร (รอด)
บอยรับกดบัตรคอนเสิร์ตและหารค่าข้าวกับเพื่อนบ่อยมาก มีคนโอนเงินเข้าบัญชีบอยรวม 500 ครั้งในปีนี้ แต่ยอดเงินรวมคือ 1.5 ล้านบาท
ผล: ไม่เข้าเกณฑ์ เพราะจำนวนครั้งถึงแต่เงินไม่ถึง 2 ล้าน และจำนวนครั้งยังไม่ถึง 3,000 ครั้งจึงไม่ถูกรายงาน
Case B: แม่ค้าออนไลน์ (เสี่ยงเข้าเกณฑ์)
จอยขายเสื้อผ้าออนไลน์ มียอดโอนเข้าครั้งละ 200-300 บาท แต่โอนเข้ามาทุกวัน รวมทั้งปีได้ 3,500 ครั้ง ยอดเงินรวมแค่ 8 แสนบาท
ผล: ถูกรายงาน เพราะจำนวนครั้งเกิน 3,000 ครั้ง แม้ยอดเงินจะน้อยก็ตาม
Case C: คนโอนเงินให้ตัวเอง (ระวัง)
ก้องชอบโอนเงินสลับไปมาระหว่างบัญชีตัวเองที่อยู่คนละธนาคารเพื่อบริหารเงิน
ผล: ยอดที่โอนเข้าบัญชีปลายทางจะถูกนับเป็น "ขารับ" ของธนาคารนั้น ๆ หากทำบ่อยจนถึงเกณฑ์ก็จะถูกรายงาน
บทสรุปของเรื่องนี้ คือ การโอนเกิน 3,000 ครั้งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเรามีที่มาของเงินชัดเจน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจเกณฑ์กฎหมาย และใช้ชีวิต "สายแบก" หรือ "สายขาย" อย่างมีสติและมีการเตรียมพร้อมเรื่องหลักฐาน จะช่วยให้เราไม่เผชิญกับเรื่องยุ่งยากในภายหลังนั่นเอง
ที่มา : กรมสรรพากร
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney