สรุป 20 ข้อ ประกาศใหม่ของ ธปท.“ถอนเงินสด” เกิน 5 ล้าน ต้องชี้แจงที่มา มีผล 1 เม.ย.69

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุป 20 ข้อ ประกาศใหม่ของ ธปท.“ถอนเงินสด” เกิน 5 ล้าน ต้องชี้แจงที่มา มีผล 1 เม.ย.69

Date Time: 20 มี.ค. 2569 10:13 น.

Video

ถอดรหัส 5 ธุรกิจต้นแบบ ESG Excellence จาก Krungsri ESG Awards 2025 | On The Rise EP.25

Summary

สรุป 20 ข้อ ประกาศใหม่ ธปท.มีผล 1 เม.ย.69 “ถอนเงินสด” เกิน 5 ล้านบาท/วัน ต้องชี้แจงที่มากับธนาคาร รัฐใช้คุมเสี่ยง “เงินผิดกฎหมาย” ใครบ้างต้องรู้

วานนี้ (19 มีนาคม 2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วางหลักเกณฑ์เข้มแนวปฏิบัติ ให้ธนาคารต่างๆ บริหารความเสี่ยงธุรกรรม การเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป/วัน 

เพื่อสกัดเส้นทางเงินผิดกฎหมาย

ซึ่งทำให้ต่อไปนี้การทำธุรกรรมเงินสดจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ตรวจสอบไม่ได้อีกต่อไป ทั้งนี้ Thairath Money ได้สรุป 20 ข้อ ควรรรู้ จากราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าว ที่คนไทยควรรู้ก่อนเริ่มใช้จริง ดังนี้ 

ทำไมต้องมีกฎนี้?

1.เงินสดไม่มีร่องรอย : การใช้เงินสดปัจจุบันกลายเป็นช่องทางหลักที่อาชญากรใช้ปิดบังเส้นทางการเงิน เพราะไม่มีการบันทึกข้อมูลตัวตนและร่องรอยธุรกรรม 

2.สถาบันการเงินตกเป็นเครื่องมือ : ปัจจุบันมีการใช้ธนาคารเป็นทางผ่านในการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3.ป้องกันระบบล่มสลาย: หากปล่อยไว้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินของประเทศ 

4.ยกระดับมาตรฐาน: เพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารเป็นช่องทางสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายและเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการทั่วไป

"ธุรกรรมเงินสด" ที่ถูกเพ่งเล็งคืออะไร?

5.นิยามชัดเจน: กฎนี้เน้นที่ "ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด" คือการเบิกถอนเงินสด หรือการใช้เช็คเงินสดที่ส่งผลให้เกิดการถอนเงิน 

6.ครอบคลุมใครบ้าง: บังคับใช้กับ "ลูกค้า" ทุกกลุ่ม ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และบุคคลที่มีการตกลงกันทางกฎหมาย

7.ธนาคารทุกแห่งต้องทำ: ประกาศนี้มีผลบังคับใช้กับสถาบันการเงินตามกฎหมายธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง

กฎเหล็ก 5 ล้านบาท และการตรวจสอบเข้มข้น (EDD)

8.ตัวเลข 5 ล้านบาท: หากถอนเงินสดรวมกัน เกิน 5 ล้านบาทภายใน 1 วัน ธนาคารจะจัดให้เป็นธุรกรรม "ความเสี่ยงสูง" ทันที 

9.ต้องโดน EDD: ลูกค้ากลุ่มนี้จะต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence) 

10.แจงวัตถุประสงค์: คุณต้องบอกให้ชัดว่าถอนไปทำอะไร และอาจต้องส่งเอกสารหลักฐานประกอบด้วย 

11.เช็กประวัติย้อน: ธนาคารจะหาข้อมูลจากแหล่งอื่นที่น่าเชื่อถือ หรือขอข้อมูลอาชีพและที่ทำงานที่เป็นปัจจุบันที่สุดของคุณ 

12.ถ้าแจงไม่ได้ อดถอน: หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมและแสดงความจำเป็นไม่ได้ ธนาคารมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้ทำธุรกรรมในครั้งนั้น

การยืนยันตัวตน (แบบใหม่ที่เข้มกว่าเดิม)

13.ต้องแสดงตัวทุกครั้ง: ไม่ว่าจะถอนเงินที่สาขาหรือตู้ ATM ต้องยืนยันตัวตนหรือแสดงตนทุกครั้ง 

14.ถอนที่สาขา: ต้องใช้บัตรประชาชน/พาสปอร์ต ให้เบอร์โทร/อีเมล และลงลายมือชื่อ (ถ้าเป็นลูกค้าใหม่ต้องบอกอาชีพและที่ทำงานด้วย) 

15.ถอนผ่านตู้/แอป: ต้องใช้ระบบความปลอดภัยสูง เช่น PIN, OTP, การยืนยันผ่านแอป หรือการสแกนใบหน้า (Biometrics)

กลไกการเฝ้าระวังและสิทธิ์ของประชาชน

16.จับตาพฤติกรรมผิดปกติ: ธนาคารจะบันทึกพฤติกรรมที่ผิดปกติไว้ในระบบ หากพบความเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับฐานะหรือรายได้ จะโดนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

17.รายงาน ปปง.: หากธุรกรรมน่าสงสัยและตกลงกันไม่ได้ ธนาคารจะรายงานให้สำนักงาน ปปง. ทราบตามกฎหมาย 

18.คุ้มครองคนดี: หากคุณได้รับผลกระทบจากความล่าช้า แต่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ธุรกรรมผิดปกติ ธนาคารต้องมีแนวทางดูแลเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรม 

19.อนาคตครอบคลุมถึง "ฝาก": แม้ตอนนี้จะเน้น "ถอน" แต่ ธปท. สนับสนุนให้ธนาคารนำไปปรับใช้กับการ ฝากเงินสด/เช็ค และการแลกธนบัตร ด้วยในอนาคต 

20.เริ่ม 1 เมษายน 2569: กฎนี้ไม่ได้มาเล่นๆ มีผลบังคับใช้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป 

ที่มา : ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ๑๖/๒๕๖๙ ซึ่งตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ณ 19 มีนาคม 2569


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ