5 วิธีดูแลเงินตัวเองในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เมื่อสงครามยังไม่จบ และราคาน้ำมันโลกยังผันผวน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

5 วิธีดูแลเงินตัวเองในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เมื่อสงครามยังไม่จบ และราคาน้ำมันโลกยังผันผวน

Date Time: 11 มี.ค. 2569 10:28 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

เมื่อสงครามยังไม่จบ และราคาพลังงานโลกยังผันผวน สัญญาณรัฐบาลขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ทำงานที่บ้าน เพื่อลดการใช้พลังงาน กับ 5 วิธีดูแลเงินตัวเอง รับมือความเสี่ยง เข้าใกล้ วิกฤติค่าครองชีพ

เมื่อรัฐบาลเริ่มประกาศให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ Work from Home เพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น มาตรการแบบนี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน

แต่ในเชิงเศรษฐกิจ มันมักเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ภาครัฐใช้เมื่อเริ่มต้องการ ลดการใช้พลังงานในระบบ เพื่อรับมือความเสี่ยงต้นทุนพลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้น

เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกเริ่มผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบมักไม่ได้หยุดอยู่แค่ปั๊มน้ำมัน พลังงานคือ ต้นทุนพื้นฐานของทั้งระบบเศรษฐกิจ

เมื่อพลังงานแพงขึ้น ต้นทุนอื่น ๆ ก็มักจะขยับตามมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าขนส่ง
  • ราคาอาหาร
  • ต้นทุนธุรกิจ
  • และสุดท้ายคือ ค่าครองชีพของครัวเรือน

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลกสอนเราซ้ำ ๆ ว่า ทุกวิกฤติพลังงาน มักนำไปสู่วิกฤติค่าครองชีพในที่สุด


ราคาน้ำมันที่เห็น อาจยังไม่ใช่ต้นทุนจริงทั้งหมด

ในความเป็นจริง หากดูโครงสร้างราคาพลังงาน จะพบว่าราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่ายในวันนี้ ไม่ได้สะท้อนต้นทุนพลังงานทั้งหมด

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยหลายชนิดยังคงมีการ ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา

ตัวอย่างเช่น

  • ดีเซล ราคาหน้าปั๊มประมาณ 29.94 บาท/ลิตร แต่ราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงอยู่ที่ราว 42.67 บาท/ลิตร โดยกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยชดเชยประมาณ 12.73 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 ราคาขาย 27.84 บาท/ลิตร ขณะที่ราคาที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 35.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาขาย 31.05 บาท/ลิตร แต่ต้นทุนจริงอยู่ที่ประมาณ 36.43 บาท/ลิตร

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ราคาพลังงานที่ประชาชนเห็นในวันนี้ ยังมี “กลไกภาครัฐช่วยพยุง” อยู่บางส่วน

ขณะเดียวกันฐานะล่าสุดของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคง ติดลบสุทธิราว 786 ล้านบาท แม้ว่าบัญชีน้ำมันจะเป็นบวกกว่า 36,949 ล้านบาท แต่บัญชี LPG ยังติดลบกว่า 37,735 ล้านบาท


ภาครัฐกำลังชะลอแรงกระแทกค่าครองชีพ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ภาครัฐกำลังใช้กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือ ชะลอแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลก เพื่อไม่ให้ต้นทุนในระบบเศรษฐกิจปรับขึ้นเร็วเกินไป

โดยเฉพาะ ราคาดีเซล ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ หากราคาดีเซลปรับตัวขึ้นแรง มักส่งผลต่อราคาสินค้าในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม กลไกพยุงราคานี้ก็มีข้อจำกัด เพราะกองทุนไม่สามารถอุดหนุนราคาได้ตลอดไป หากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ภาครัฐอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น เช่น

  • ปล่อยให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น
  • ใช้งบประมาณเข้ามาช่วยพยุงเพิ่มเติม
  • หรือปล่อยให้แรงกดดันต้นทุนค่อย ๆ ส่งผ่านไปยังราคาสินค้า

และนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเมื่อเกิด วิกฤติพลังงาน หลายประเทศจึงต้องเผชิญกับ แรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนในเวลาต่อมา

สิ่งที่ประชาชนควบคุมได้ คือ “แผนการเงินของตัวเอง”

ในช่วงที่สงครามยังไม่เห็นทางจบ และราคาพลังงานยังมีแนวโน้มผันผวน สิ่งที่ประชาชนควบคุมได้จริง ๆ อาจไม่ใช่ราคาน้ำมัน แต่คือ แผนการเงินของตัวเอง และนี่คือ 5 วิธีดูแลเงินของตัวเองในช่วงเศรษฐกิจผันผวน จากคำแนะนำของภาคธนาคาร 

1. รู้ทันกระแสเงินสดของตัวเอง

หลายคนไม่ได้มีปัญหา “รายได้ไม่พอ” แต่มีปัญหา ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหนลองเช็กให้ชัดว่าในแต่ละเดือน

  • เงินเข้าเท่าไร
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็นเท่าไร
  • เหลือเงินออมจริง ๆ เท่าไร

เมื่อราคาสินค้าเริ่มขยับ คนที่มองเห็น โครงสร้างรายจ่ายของตัวเอง จะปรับตัวได้เร็วกว่า

2. จัดลำดับหนี้ให้ถูกตัว

ในช่วงที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น หนี้ดอกเบี้ยสูงคือสิ่งที่บีบกระแสเงินสดมากที่สุดลำดับหนี้ที่ควรจัดการก่อน ได้แก่

  • หนี้บัตรเครดิต
  • สินเชื่อบุคคล
  • หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง

หากภาระเริ่มตึง การ รีไฟแนนซ์ หรือปรับโครงสร้างหนี้ อาจช่วยลดดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาผ่อนชำระได้

3. กันเงินสำรองฉุกเฉิน

เศรษฐกิจผันผวน สิ่งไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ กฎพื้นฐานคือเงินสำรองควรมีอย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เงินก้อนนี้อาจไม่ได้ทำให้รวยขึ้นทันที แต่ช่วยให้ชีวิต ไม่สะดุดในวันที่รายได้มีปัญหา

4. กระจายเงินออมและการลงทุน

ในช่วงที่โลกไม่แน่นอน การกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ อย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในสินทรัพย์ประเภทเดียว ควรกระจายระหว่าง

  • เงินสดหรือเงินฝาก
  • การออมระยะกลาง
  • การลงทุนระยะยาว

การกระจายพอร์ตช่วยลดความผันผวนเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศทาง

5. อย่าหยุดวางแผนระยะยาว

เศรษฐกิจอาจมีขึ้นมีลง แต่เป้าหมายชีวิตไม่ได้หยุดตามเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็น

  • การซื้อบ้าน
  • การศึกษาลูก
  • หรือเงินเกษียณ

การวางแผนตั้งแต่วันนี้ คือการสร้าง เกราะป้องกันความไม่แน่นอนของวันพรุ่งนี้ 

ทั้งนี้ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คนที่รับมือได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำนายเศรษฐกิจเก่งที่สุด แต่คือคนที่ เตรียมแผนการเงินของตัวเองไว้ก่อนนั่นเอง 

ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง , ธนาคารไทยพาณิชย์ 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ