
เมื่อสงครามยังไม่จบ และราคาพลังงานโลกยังผันผวน สัญญาณรัฐบาลขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ทำงานที่บ้าน เพื่อลดการใช้พลังงาน กับ 5 วิธีดูแลเงินตัวเอง รับมือความเสี่ยง เข้าใกล้ วิกฤติค่าครองชีพ
เมื่อรัฐบาลเริ่มประกาศให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ Work from Home เพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น มาตรการแบบนี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน
แต่ในเชิงเศรษฐกิจ มันมักเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ภาครัฐใช้เมื่อเริ่มต้องการ ลดการใช้พลังงานในระบบ เพื่อรับมือความเสี่ยงต้นทุนพลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้น
เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกเริ่มผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบมักไม่ได้หยุดอยู่แค่ปั๊มน้ำมัน พลังงานคือ ต้นทุนพื้นฐานของทั้งระบบเศรษฐกิจ
เมื่อพลังงานแพงขึ้น ต้นทุนอื่น ๆ ก็มักจะขยับตามมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลกสอนเราซ้ำ ๆ ว่า ทุกวิกฤติพลังงาน มักนำไปสู่วิกฤติค่าครองชีพในที่สุด
ในความเป็นจริง หากดูโครงสร้างราคาพลังงาน จะพบว่าราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่ายในวันนี้ ไม่ได้สะท้อนต้นทุนพลังงานทั้งหมด
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยหลายชนิดยังคงมีการ ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา
ตัวอย่างเช่น
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ราคาพลังงานที่ประชาชนเห็นในวันนี้ ยังมี “กลไกภาครัฐช่วยพยุง” อยู่บางส่วน
ขณะเดียวกันฐานะล่าสุดของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคง ติดลบสุทธิราว 786 ล้านบาท แม้ว่าบัญชีน้ำมันจะเป็นบวกกว่า 36,949 ล้านบาท แต่บัญชี LPG ยังติดลบกว่า 37,735 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ภาครัฐกำลังใช้กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือ ชะลอแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลก เพื่อไม่ให้ต้นทุนในระบบเศรษฐกิจปรับขึ้นเร็วเกินไป
โดยเฉพาะ ราคาดีเซล ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ หากราคาดีเซลปรับตัวขึ้นแรง มักส่งผลต่อราคาสินค้าในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม กลไกพยุงราคานี้ก็มีข้อจำกัด เพราะกองทุนไม่สามารถอุดหนุนราคาได้ตลอดไป หากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ภาครัฐอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น เช่น
และนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเมื่อเกิด วิกฤติพลังงาน หลายประเทศจึงต้องเผชิญกับ แรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนในเวลาต่อมา
ในช่วงที่สงครามยังไม่เห็นทางจบ และราคาพลังงานยังมีแนวโน้มผันผวน สิ่งที่ประชาชนควบคุมได้จริง ๆ อาจไม่ใช่ราคาน้ำมัน แต่คือ แผนการเงินของตัวเอง และนี่คือ 5 วิธีดูแลเงินของตัวเองในช่วงเศรษฐกิจผันผวน จากคำแนะนำของภาคธนาคาร
1. รู้ทันกระแสเงินสดของตัวเอง
หลายคนไม่ได้มีปัญหา “รายได้ไม่พอ” แต่มีปัญหา ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหนลองเช็กให้ชัดว่าในแต่ละเดือน
เมื่อราคาสินค้าเริ่มขยับ คนที่มองเห็น โครงสร้างรายจ่ายของตัวเอง จะปรับตัวได้เร็วกว่า
2. จัดลำดับหนี้ให้ถูกตัว
ในช่วงที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น หนี้ดอกเบี้ยสูงคือสิ่งที่บีบกระแสเงินสดมากที่สุดลำดับหนี้ที่ควรจัดการก่อน ได้แก่
หากภาระเริ่มตึง การ รีไฟแนนซ์ หรือปรับโครงสร้างหนี้ อาจช่วยลดดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาผ่อนชำระได้
3. กันเงินสำรองฉุกเฉิน
เศรษฐกิจผันผวน สิ่งไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ กฎพื้นฐานคือเงินสำรองควรมีอย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เงินก้อนนี้อาจไม่ได้ทำให้รวยขึ้นทันที แต่ช่วยให้ชีวิต ไม่สะดุดในวันที่รายได้มีปัญหา
4. กระจายเงินออมและการลงทุน
ในช่วงที่โลกไม่แน่นอน การกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ อย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในสินทรัพย์ประเภทเดียว ควรกระจายระหว่าง
การกระจายพอร์ตช่วยลดความผันผวนเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศทาง
5. อย่าหยุดวางแผนระยะยาว
เศรษฐกิจอาจมีขึ้นมีลง แต่เป้าหมายชีวิตไม่ได้หยุดตามเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็น
การวางแผนตั้งแต่วันนี้ คือการสร้าง เกราะป้องกันความไม่แน่นอนของวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คนที่รับมือได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำนายเศรษฐกิจเก่งที่สุด แต่คือคนที่ เตรียมแผนการเงินของตัวเองไว้ก่อนนั่นเอง
ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง , ธนาคารไทยพาณิชย์
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney