
เป้าหมายเกษียณด้วยเงิน 10-30 ล้านบาท ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด มาเริ่มวางแผนด้วย "กฎ 25 เท่า" ให้ไปพร้อมกับวินัยและเวลา เริ่มไวมีโอกาสไปถึงเป้าหมายก่อน
การหาเงินล้านแรกว่าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่เป้าหมาย "เกษียณสุข" ในยุคนี้กลับขยับไปไกลถึง 10, 20 หรือ 30 ล้านบาท จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมโลกโซเชียลถึงพูดเรื่องเงินหลักสิบล้านเหมือนเป็นเรื่องง่าย
แน่นอนว่าเป้าหมายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำให้เงินหลักหมื่นหรือหลักแสนเติบโตจนกลายเป็นหลักสิบล้านได้ คือ “พลังของเวลาและวินัย” ผ่านการวางแผนการเงินให้ทำได้จริง
ตัวเลข 20–30 ล้านบาทไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่สะท้อนจากค่าใช้จ่ายจริงหลังเกษียณ
ลองจินตนาการว่า หากเกษียณตอนอายุ 60 ปี และใช้ชีวิตต่อไปอีกประมาณ 25–30 ปี เราจะต้องมีเงินเตรียมไว้เท่าไร
ตัวอย่างเช่น หากมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท และต้องใช้เงินระดับนี้ต่อเนื่องไป 25 ปี ก็ต้องเตรียมเงินประมาณ 9,000,000 บาทแล้ว
ยิ่งถ้าต้องดูแลครอบครัว หรือมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ตัวเลขอาจขยับไปถึง 20–30 ล้านบาทได้ไม่ยาก
นี่อาจเป็นที่มาของสูตรคำนวณยอดนิยมคือ “กฎการเงิน 25 เท่า” โดยเริ่มจากนำค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่อปี มาคูณด้วย 25 และนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงไม่สูงมาก
หลักการสำคัญคือจำกัดให้ถอนเงินออกมาใช้ปีละประมาณ 4% ของเงินทั้งหมด เช่น
- ใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท เตรียมเงินราว 6,000,000 บาท จะถอนใช้ราว 240,000 บาท/ปี
- ใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท เตรียมเงินราว 9,000,000 บาท จะถอนใช้ราว 360,000 บาท/ปี
- ใช้จ่ายเดือนละ 70,000 บาท เตรียมเงินราว 21,000,000 บาท จะถอนใช้ราว 840,000 บาท/ปี
เมื่อเห็นภาพฝั่งรายจ่ายแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือ เราจะสะสมเงินก้อนนี้ให้ทันก่อนเกษียณได้อย่างไร
หากเริ่มวางแผนตอนอายุ 30 ปี และตั้งเป้าเกษียณตอนอายุ 60 ปี จะมีเวลาออมเงินประมาณ 30 ปีเต็ม ซึ่ง “เวลา” คือปัจจัยสำคัญที่สุดของพลังแห่งผลตอบแทนทบต้น เริ่มไวเงินก็มีโอกาสเติบโตได้เร็วขึ้น ถ้าเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5–7% ต่อปี (ผลตอบแทนสูงขึ้นก็ใช้เงินออมน้อยลง) เราเลยลองคิดมาให้คร่าวๆ ว่าแต่ละเดือนต้องลงทุนเท่าไร?
เป้าหมาย 20 ล้านบาท
เป้าหมาย 30 ล้านบาท
แต่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาจมาพร้อมกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่า ซึ่งในระยะสั้นก็อาจมีความผันผวนหรือมีช่วงที่ ราคาดิ่งลง ดังนั้นเราต้องคิดก่อนจะลงทุนเสมอว่า สิ่งที่เราลงทุนไปถ้าขาดทุน 10%, 20% หรือมากกว่านั้นจะรับไหวไหม ถ้าลงทุนแล้วหลับไม่สนิทกลัวว่าระยะสั้นตลาดจะเปลี่ยนก็แสดงว่าเรารับความเสี่ยงไม่ได้มากนัก
เมื่อเป้าหมาย 10, 20, 30 ล้านบาท ถ้าวางแผนดีๆ ลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็มีโอกาสทำได้ไม่ยาก แต่คำถามคือ อยากออมเงินหลักหมื่นต่อเดือน จะต้องมีรายได้เท่าไรถึงจะไม่ตึงเกินไป เพราะทุกเดือนเราต้องแบ่งเงินใช้จ่าย แบ่งเงินฉุกเฉิน หรืออาจซื้อประกันฯ เพื่อลดความเสี่ยงในด้านต่างๆ
ดังนั้นเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ “แต่ละคน” ว่าพร้อมจะออมเดือนละกี่ % ถ้าคำแนะนำของเหล่านักวางแผนการเงินอาจบอกว่าอยู่ที่ 20-30% ของรายได้
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจมองว่า เป้าหมาย 20, 30 ล้านบาท อาจไม่ใช่ทางออกสำหรับตัวเอง เราก็สามารถปรับเป้าหมายลง “ให้ทำได้จริง” โดยไม่ลำบากตนเองจนเกินไป (ไม่ต้องถึงขั้นกัดก้อนเกลือกิน) หรือถ้าสามารถหารายได้ช่องทางอื่นเพิ่มได้ เราก็อาจจะปรับแผนให้เข้ากับตนเองได้เสมอ
ส่วนทำไมเราต้องลงทุนก็เพราะฝากเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเกษียณหลักสิบล้าน ถ้าดอกเบี้ยได้ต่ำกว่า 2% มักพ่ายแพ้ต่อเงินเฟ้อที่กัดกินมูลค่าเงินในอนาคต
การจะสร้างผลตอบแทนระดับ 5–7% เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้จริง จึงจำเป็นต้อง "กล้าลงทุน" ในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือกองทุนรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวัย 30 อาจเน้นสัดส่วนหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยง 50–70% เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ควบคู่ไปกับตราสารหนี้และเงินสดเพื่อสมดุลความเสี่ยง ก่อนจะค่อยๆ ปรับพอร์ตให้ปลอดภัยขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ
ที่มา สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, SET, SCB
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney