มั่งคั่งได้ไม่ต้องลุ้นดวง แบงก์กรุงเทพ แนะสูตรจัดทัพสินทรัพย์จาก “คนหาเงิน” สู่ “เจ้านายของเงิน”

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

มั่งคั่งได้ไม่ต้องลุ้นดวง แบงก์กรุงเทพ แนะสูตรจัดทัพสินทรัพย์จาก “คนหาเงิน” สู่ “เจ้านายของเงิน”

Date Time: 24 ก.พ. 2569 17:12 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

เปิดสูตรลับสร้างอิสรภาพทางการเงิน ที่เริ่มจากสร้างสภาพคล่องและปิดความเสี่ยง ก่อนจะขยับไปสะสมความมั่งคั่งผ่านการลงทุนแบบ DCA โดยใช้พลังของ วินัยออมก่อนใช้, ความรู้ในสินทรัพย์ และเวลาเป็นตัวคูณให้เงินทำงานแทนอย่างยั่งยืน 


Latest


“ทำงานแทบตาย ทำไมเงินไม่เหลือ?” คำถามคลาสสิกของคนรุ่นใหม่ที่ติดกับดักรายได้ทางเดียว ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งทะยานสวนทางกับดอกเบี้ยเงินฝาก “ออมเงิน” จึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอิสรภาพทางการเงินอีกต่อไป 

ในงาน “Thairath Money Campus Tour 2026” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม ที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มาร่วมแกะสูตรลับ ที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็น “นาย” ของเงิน ด้วยกลยุทธ์สร้างบ้านทางการเงินที่มั่นคง ตั้งแต่ก้าวแรกของการออม ไปจนถึงพลังของดอกเบี้ยทบต้นที่ “เวลา” เท่านั้นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด ภายใต้หัวข้อ “SMART START ชีวิตการเงินดี เริ่มต้นพื้นฐานที่เข้าใจ” 

มหัศจรรย์รายได้ 2 ทาง เมื่อ Active และ Passive ต้องเดินคู่กัน

เสาวรส ทวีบรรจงสิน ที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในโลกยุคใหม่ความประมาทที่สุดคือการมี “รายได้ทางเดียว” การทำงานแลกเงินหรือ Active Income ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจ คือฟันเฟืองสำคัญในช่วงเริ่มต้น 

แต่กุญแจสำคัญคือการทำให้เงินนั้น “งอกเงย” เป็น Passive Income ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพักผ่อน พอร์ตการลงทุนควรทำหน้าที่เป็นพนักงานที่ทำงานให้ตลอด 24 ชั่วโมง เป้าหมายไม่ใช่แค่มีเงิน แต่คือการมี “เวลา” ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน

สร้าง-ปกป้อง-สะสม ลำดับที่ตัดสินความรวย

เสาวรส กล่าวต่อไปว่า การวางแผนการเงินเปรียบเสมือนการสร้างบ้าน หลายคนกระโดดไปที่ “การสะสม” (การลงทุน) เพราะอยากรวยเร็ว แต่หากฐานรากไม่แน่น บ้านย่อมถล่มได้ง่าย ดังนั้นต้องเริ่มจาก 

1.สร้างสภาพคล่อง เริ่มต้นที่การมี Cash Flow ที่ดี และเงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือน ยุคหลังโควิดสอนให้เรารู้ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เงินก้อนนี้คือสายป่านที่ทำให้คุณอยู่รอดโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ขาดทุนในยามวิกฤติ

2.ปกป้องความเสี่ยง อย่ามองข้ามเรื่องประกัน เพราะอุบัติเหตุหรือโรคร้ายเพียงครั้งเดียวอาจกวาดเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณให้หายไปในพริบตา การใช้เงินก้อนเล็กไปปกป้องเงินก้อนใหญ่คือวินัยทางการเงินที่ชาญฉลาด

3.สะสมความมั่งคั่ง เมื่อฐานล่างแน่นแล้ว จึงค่อยขยับไปสู่การลงทุนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

เลือกสินทรัพย์ที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบ "เที่ยวเอง" หรือ "ไปกับทัวร์"

ทั้งนี้การลงทุนมีความหลากหลายเหมือนการเดินทาง หากมีเวลาและชอบศึกษา ข้อมูลลึกถึงงบการเงิน การเลือกหุ้นรายตัวเปรียบเสมือนการ "วางแผนเที่ยวเอง" ที่คุณคุมได้ทุกอย่าง แต่หากไม่มีเวลา "การไปกับทัวร์" ควรลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีมืออาชีพคอยบริหารจัดการคือทางเลือกที่ทรงประสิทธิภาพ

โดย Passive Fund เหมาะสำหรับคนที่เชื่อในศักยภาพของตลาดระยะยาว ค่าธรรมเนียมถูกและให้ผลตอบแทนล้อไปตามดัชนี และ Active Fund สำหรับผู้ที่ต้องการชนะตลาด โดยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเพื่อให้ผู้จัดการกองทุนคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้

Asset Allocation อาวุธลับที่ทรงพลังกว่าการจับจังหวะ

จุฑารัตน์ แก้วแจ้ง ที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมามือใหม่มักถามว่า “ซื้อตอนไหนดี?” แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ ผลตอบแทนระยะยาวกว่า 90% มาจากการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ไม่ใช่การจับจังหวะตลาด (Market Timing) 

ดังนั้นการกระจายเงินไปใน หุ้น, ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ดังเช่นคำว่า "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว" เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดชนะตลาดได้ทุกปี การจัดพอร์ตจะช่วยให้พอร์ตไม่ขึ้นสุดจนเสี่ยง และไม่ลงสุดจนใจหาย

3 พลังขับเคลื่อนความมั่งคั่ง 'เงินต้น-ผลตอบแทน-เวลา'

จุฑารัตน์ กล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการปั้นพอร์ตให้โตอย่างยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงหรือโชคชะตา แต่มันคือผลลัพธ์จาก 'สมการความรวย' ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งหากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป เป้าหมายอิสรภาพทางการเงินอาจกลายเป็นเพียงความฝัน

1. เงินต้น วินัยที่ต้องแลกมาด้วยการ 'ออมก่อนใช้' ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์ ก็ไม่มีต้นไม้ที่เติบใหญ่ เงินต้นคือเชื้อเพลิงก้อนแรกที่มาจากการมีวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด เปลี่ยน Mindset จากการรอออมเงินที่เหลือจากการใช้ เป็นการหักออมทันทีที่รายได้เข้ามือ เพราะนี่คือการสร้างต้นทุนชีวิตที่จะถูกส่งต่อไปทำหน้าที่ในสเต็ปถัดไป

2. ผลตอบแทน ดอกผลที่งอกงามจาก 'ความรู้' ไม่ใช่การเสี่ยงโชค เงินต้นที่วางอยู่เฉยๆ จะถูกเงินเฟ้อกัดกิน ดังนั้นการเลือกสินทรัพย์ที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผลตอบแทนที่สูงขึ้นมักแลกมาด้วยความรู้และการเข้าใจความเสี่ยง  การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางเลือก จะเป็นตัวช่วย 'ติดเทอร์โบ' ให้เงินทำงานแทนเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. เวลา อาวุธลับที่ทรงพลังที่สุด...แต่กลับซื้อคืนไม่ได้ ในบรรดาทั้งหมด 'เวลา' คือตัวแปรเดียวที่มีจำกัดและประเมินค่าไม่ได้ แต่มันคือ 'ตัวคูณ' ที่รุนแรงที่สุดในโลกการเงินผ่านระบบดอกเบี้ยทบต้น การเริ่มต้นใช้กลยุทธ์ DCA หรือการสะสมแบบถัวเฉลี่ยตั้งแต่วันนี้ คือการสร้าง 'เครื่องจักรผลิตเงิน' ที่ไม่ต้องอาศัยการจับจังหวะตลาด แต่ใช้ความสม่ำเสมอเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อให้พอร์ตเติบโตแบบก้าวกระโดด ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่อง “เงิน” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว หรือสูตรคำนวณที่ซับซ้อน แต่มันคือการกลับไปจัดการที่ “พื้นฐาน” และ “ทัศนคติ” ต่อการใช้ชีวิต

การก้าวข้ามคำถามที่ว่า “ทำงานแทบตาย ทำไมเงินไม่เหลือ?” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหาเงินได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าจัดการกับเงินที่มีอยู่ได้ดีเพียงใดมากกว่า ซึ่งเหมือนกับการสร้างบ้านทางการเงินที่แข็งแรงด้วยการวางฐานรากสภาพคล่อง การปิดรอยรั่วด้วยการป้องกันความเสี่ยง และการปล่อยให้พลังของเวลาทำงานผ่านการลงทุนที่สม่ำเสมอ คือวิถีที่จะเปลี่ยนสถานะจาก “คนหาเงิน” ไปสู่ “เจ้านายของเงิน” อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ