วันสุดท้าย 14 ก.พ. 69! มือถือรุ่นไหนจะใช้แอปฯ ธนาคาร “ไม่ได้” รีบเช็กเวอร์ชัน iOS-Android ด่วน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

วันสุดท้าย 14 ก.พ. 69! มือถือรุ่นไหนจะใช้แอปฯ ธนาคาร “ไม่ได้” รีบเช็กเวอร์ชัน iOS-Android ด่วน

Date Time: 13 ก.พ. 2569 12:47 น.

Video

บทเรียนจากวิกฤติ สู่แผนลงทุนปี 2026 จากงาน "THE INVESTORS" | SET x Thairath Money

Summary

ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป สถาบันการเงินจะยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีก ทำให้มือถือที่ระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป “ใช้แอปฯ ธนาคารไม่ได้" มีรุ่นไหนบ้าง 

Latest


ใครที่ยังถือ iPhone รุ่นเก๋า หรือ Android รุ่นคลาสสิกอยู่ในมือ ต้องรีบก้มเช็กเวอร์ชันด่วน! เพราะตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป สถาบันการเงินจะยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีก ทำให้มือถือที่ระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป “ใช้แอปฯ ธนาคารไม่ได้" 

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ?

สมาคมธนาคารไทย ออกมาย้ำว่า เงื่อนไขใหม่หลังจากวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 แอปพลิเคชันธนาคาร หรือ Mobile Banking ของทุกธนาคารจะรองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 14 และ Android 10 ขึ้นไปเท่านั้นดังนั้นถ้าสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ เป็นรุ่นเก่าซึ่งอัปเดตระบบฯ หรือเวอร์ชันตามเงื่อนไขนี้ไม่ได้ จะใช้งานแอปฯ ธนาคารไม่ได้เช่นกัน โดยสมาคมธนาคารไทยยกตัวอย่าง มือถือรุ่นยอดนิยมแต่อัปเดตระบบฯ ใหม่ไม่ได้เช่น

  • Apple: iPhone 6 / 6 Plus หรือรุ่นที่เก่ากว่า
  • Samsung: Galaxy Note 8, S8, S8+ หรือรุ่นที่เก่ากว่า
  • Huawei: Mate 9 Pro, P10, P10 Plus หรือรุ่นที่เก่ากว่า
  • แบรนด์อื่นๆ: Pixel 3, Oppo R15, Vivo V9, Xiaomi Mi 6 หรือรุ่นที่เก่ากว่า

ปรับรอบนี้กระทบคนไทยแค่ไหน ทำไมต้องเปลี่ยน!

Thairath Money ต่อสายตรงถึงแหล่งข่าวผู้บริหารระดับสูงจากธนาคาร ที่เล่าให้ฟังว่า นี่ไม่ใช่การบังคับซื้อของใหม่ แต่เป็นเรื่องของ Security (ความปลอดภัย) เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนตลอดเพื่อป้องกันภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งฝั่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟน รวมถึงธนาคารในไทยทำมาหลายอย่าง เช่น การปรับให้สแกนใบหน้า, หาทางป้องกันเพื่อไม่ให้มิจฉาชีพ Access เข้าสู่เครื่อง (มือถือ) ได้ ฯลฯ

สำหรับคนที่ใช้งาน Mobile Banking จำเป็นที่ต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่อัปเดตได้เสมอ เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่ต้องพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และถ้าธนาคารปล่อยให้ใช้ ระบบรุ่นเก่าที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบของธนาคารเช่นกัน

ส่วนการปรับเงื่อนไขรอบนี้ มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ เพราะเคยปรับรอบใหญ่ไปแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นรอบเก็บตก ปัจจุบันคนคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมบนมือถือมากขึ้นไม่ว่าจะช่วงวัยไหน เช่น แอปฯ เป๋าตัง ผู้สูงวัยก็ใช้งานกันคล่องแคล่วขึ้นแล้วทั้งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือใช้จ่ายผ่านมือถือ 

จากตัวอย่างเบื้องต้นพบว่า ธนาคารขนาดกลางที่มีผู้ใช้งาน Mobile Banking ราว 6-7 ล้านคน มีระดับพันเท่านั้นที่ต้องเปลี่ยนมือถือให้รองรับระบบปฏิบัติการ iOS 14 และ Android 10 ขึ้นไป

นอกจากนั้นทางสมาคมฯ และธนาคารต่างๆ ยังทำการศึกษามาแล้วว่า มือถือที่พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการเหล่านี้ราคาไม่ได้สูงนัก (ราคาราว 2,000 - 4,000 บาท) มีทางเลือกทั้งมือ 1 และมือ 2 ในตลาดหลายคนอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ “ทำไม่ยาก” แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เปลี่ยนมือถือหลักพันได้ง่ายๆ 

ดังนั้นโจทย์ยากของธนาคารและผู้ที่เกี่ยวข้อง คือจะปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างไรให้พร้อมดูแลคนทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังโดยเฉพาะกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินอย่างเพียงพอ (UnderServed)


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ