
รวมไอเดียวาเลนไทน์ปี 69 เปลี่ยนของขวัญเป็น “ทองคำ” หลักพันบาทก็ซื้อได้ พร้อมโปรโมชันผ่อนทองจากบัตรเครดิต วางแผนยังไงให้คุ้มเพราะมีทั้ง 0% และคิดดอกเบี้ยเพิ่ม
วาเลนไทน์ปี 2569 นี้ ของขวัญที่ "ใช่" อาจไม่ต้องเป็นดอกไม้เสมอไป! ยิ่งตอนนี้ราคาทองพุ่งไปไกลถึงบาทละ 74,000-75,000 บาท ถ้าเราให้ทองคำกับคนพิเศษ เรียกว่าได้ 2 เด้งเพราะนอกจากมีมูลค่าทางจิตใจ ยังเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่างอกเงยในอนาคตได้อีกด้วย
หลายคนคิดว่า ซื้อทองคำเป็นของขวัญต้องใช้เงินเยอะแน่ๆ แต่ที่จริงแล้วเงินหลักพันก็ซื้อทองได้นะ Thairath Money รวบรวมไอเดียของขวัญจากทองคำในงบน่ารักๆ มาให้แล้ว
ทุกวันนี้ ทองคำมีหลายแบบให้ซื้อ สำหรับคนมีงบไม่เกิน 5,000 บาทเราสามารถซื้อ "ทองแผ่น" หรือ "การ์ดทองคำ" ขนาดเล็กได้ แต่ถ้ามีงบ 10,000 บาท เราอาจซื้อทองรูปพรรณน้ำหนักครึ่งสลึงได้ ไม่ว่าจะเป็นแหวน จี้ ตัวอย่างเช่น
- การ์ดอวยพร/ทองคำแท่ง 96.5% เริ่มต้นน้ำหนัก 0.5 กรัม ราคาจะอยู่ราว 2,600 - 2,700 บาท, น้ำหนัก 1 กรัม ราวๆ 5,200 บาท ซื้อได้ที่ร้านทองต่างๆ เช่น ฮั่วเซ่งเฮง, AURORA, ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ ฯลฯ
- ทองรูปพรรณน้ำหนักครึ่งสลึง อยู่ราวบาทละ 9,100 - 9,300 บาท ซื้อได้ที่ร้านทองทั่วไป ข้อดี มีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น จี้, ต่างหู, แหวน ฯลฯ แต่สิ่งที่ระวังคือ ทองรูปพรรณเมื่อขายคืน ราคารับได้ซื้อต่ำกว่าทองคำแท่งค่อนข้างมาก
งบนี้สามารถขยับมาเล่นทองน้ำหนัก 1 สลึง หรือ 2 สลึง ได้แบบสบายๆ อยู่ที่งบแล้วว่าจะเปย์กี่หมื่น เช่น
- ทองคำ 1 สลึง อยู่ที่ราวบาทละ 18,500 บาท
- ทองคำ 2 สลึง อยู่ที่ราวบาทละ 37,000 บาท
มีทองคำหลายรูปแบบให้เลือก จะเป็นการ์ดทอง หรือจะจัดเซ็ตเครื่องประดับให้เลยก็ได้ เช่น สร้อย 1 สลึง, แหวน 1 สลึง ก็ใช้เงินราว 40,000 บาท
ราคาซื้อขายที่เราพูดถึงทั้งหมดนี้อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาทองคำในประเทศวันนั้นว่าเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน จากตัวอย่างคือกรณีที่ราคาทองคำในประเทศอยู่ราวบาทละ 74,000-75,000 บาท
หลายคนคิดว่าถ้าเราซื้อทองวันนี้ โดยผ่อนเป็นงวดๆ กับบัตรเครดิต พอราคาทองขยับขึ้นเราก็จะได้กำไร ซึ่งก็เป็นไปได้ในกรณีที่ราคาทองต้องเพิ่มขึ้น แต่เมื่อไรที่ราคาทองคำลง เราก็อาจขาดทุนจากส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้น และอาจจะเสียดอกเบี้ยเพิ่มด้วย ดังนั้น เราจะวางแผนผ่อนทองยังไงให้คุ้มและไม่ขาดทุน
อย่างแรก เลือกร้านทองที่เชื่อถือได้ ให้มั่นใจว่าทองแท้ ได้น้ำหนักเต็ม
บางคนเคยซื้อทองคำจากร้าน A แต่จะไปขายร้าน B กลับเจอว่าน้ำหนักหายไป หรือโดนหักราคาส่วนต่างไปเยอะ เพื่อให้เราไม่เจอปัญหานี้เบื้องต้นอาจเลือกร้านทองคำที่เป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) สามารถเช็กรายชื่อร้านได้ที่เว็บไซต์ และควรขอใบรับประกันสินค้าจากร้านทองนั้นๆ
อย่างที่สอง เปรียบเทียบ "ราคาเงินสด" vs "ราคาผ่อน"
ก่อนจะผ่อนลองคำนวณว่า จ่ายแบบไหนคุ้ม หรือมองหาโปรโมชันผ่อนทองดอกเบี้ย 0% ต่อปี ไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง กรณีที่มีดอกเบี้ยต้องระบุให้ชัดเจน ทั้งจำนวนดอกเบี้ย และระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการรูดบัตร เป็นต้น
อย่างที่สาม อยากผ่อน ต้องจ่ายไหว
การผ่อนเท่ากับเราจะมีหนี้ก้อนใหม่โผล่ขึ้นมา ดังนั้น ทุกเดือนต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่างวดทองคำนี้ อาจใช้กฎผ่อนไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิ เพื่อไม่ให้กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ที่ผ่านมาเราสามารถแบ่งเงินไว้ลงทุนเดือนละ 1,000 บาท ถ้าอยากซื้อทอง 10,000 บาท ต้องวางแผนผ่อน 10 เดือน ก็จะไม่กระทบกับการใช้ชีวิตนัก ถ้าเป็นคนขี้ลืม เราสามารถใช้การตัดผ่านบัญชีอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เสียประวัติการชำระหนี้ และไม่เสียดอกเบี้ยค่าปรับด้วย
อย่างที่สี่ ราคาทองที่ผ่อนมักเป็นราคา "ทองรูปพรรณ"
ซึ่งมีค่ากำเหน็จสูง หากผ่อนจบแล้วราคาทองลดลง หรือต้องการขายคืนทันที อาจขาดทุนส่วนต่างได้
Thairath Money ขอยกตัวอย่างร้านทองที่มีโปรโมชันผ่อนทองคำในช่วงต้นปี 2569 นี้ ได้แก่
ที่มา ฮั่วเซ่งเฮง, ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ, YLG Bullion, AURORA
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney