สรุปภาษีรถใหม่ปี 2569 “รถน้ำมัน-ไฮบริด” ราคาแพงขึ้น ถ้าจะซื้อปีนี้ ต้องวางแผนยังไง?

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปภาษีรถใหม่ปี 2569 “รถน้ำมัน-ไฮบริด” ราคาแพงขึ้น ถ้าจะซื้อปีนี้ ต้องวางแผนยังไง?

Date Time: 6 ก.พ. 2569 11:15 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

ปี 2569 จะซื้อรถใหม่กลุ่ม “น้ำมัน-ไฮบริด” ราคารถเจอบวกภาษีสรรพาษมิตสูงสุด 50% มาเจาะลึกเงื่อนไขภาษีรถใหม่ และวางแผนการเงินรับมือเรื่องนี้กัน

Latest


ยุคนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ของแพงขึ้น จนค่าใช้จ่ายอาจแซงเงินเดือนไปแล้ว แต่ปี 2569 นี้มีอีกอย่างที่ราคาจะแพงขึ้นคือ “รถยนต์” เพราะตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ประเทศไทยเริ่มใช้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะรถใช้น้ำมันและไฮบริด บางรุ่นถ้าซื้อปีนี้อาจต้องจ่ายภาษีฯ เพิ่มถึง 50%

สรุปเงื่อนไข “ภาษี” เมื่อซื้อรถใหม่ฯ ปี 69

แม้ไทยจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก แต่ราคารถยังไม่ถูกเหมือนประเทศอื่นๆ ส่วนหนึ่งอาจเพราะมี “ภาษี” ที่สูงกว่า และจะสูงขึ้นอีก เพราะ 1 ม.ค. 2569 ไทยมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ จากเดิมที่พิจารณาเพียงขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาพิจารณาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพิ่มเติม ยิ่งรถที่ปล่อยมลพิษเยอะ ภาษีก็ยิ่งโหดเพราะมีเพดานอัตราภาษีสูงสุดถึง 50%

ดังนั้นรถกลุ่มที่ใช้น้ำมัน เช่น รถสันดาป (ICE) หรือรถไฮบริด (HEV) ราคาขายต้องปรับเพิ่มขึ้น 

ที่สำคัญคือโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่จะมีการปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง คือปี 2571-2572 และ ปี 2573 มีเพียงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ภาษีใหม่นี้จะยังคงอยู่ระดับต่ำที่ 2% (จากก่อนหน้าที่เคยอยู่ราว 8%) 

สรุปแล้วรถใหม่ที่ใช้น้ำมัน ต้องเจอภาษีเท่าไรสามารถดูที่ตารางด้านล่างได้เลย (อ้างอิงจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)


รถแต่ละประเภทราคาเพิ่มขึ้นแค่ไหน?

แม้ว่าการปรับโครงสร้างภาษีนี้ คนที่ไปซื้อรถใหม่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือจ่ายแยกส่วนออกมา เพราะภาษีถูกบวกเข้าไปในราคารถแล้ว แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Thairath Money เลยยกตัวอย่างประเภทรถ ราคา และภาษีใหม่ที่เกิดขึ้นมาให้เข้าใจง่ายๆ (ราคาขายและรายละเอียดอาจมีการปรับเปลี่ยน ข้อมูลด้านล่างเป็นการยกตัวอย่างเท่านั้น)

1. กลุ่ม Eco Car ที่เป็นรถน้ำมันขนาดเล็ก กรณีปล่อย CO2 น้อยกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร จากเดิมที่เสียภาษีอยู่ที่ 12% ปี 2569 จะขยับขึ้นเป็น 13% อาทิ Honda City ราคาขายเดิมราว 590,000 บาท ภาษีที่เพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคารถขยับขึ้นประมาณ 5,900 บาท

2. กลุ่มรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน รถคันใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่าง SUV, PPV ที่ปล่อย CO2 มากกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร จากเดิมที่ภาษีอยู่ที่ 35-40% จะเพิ่มขึ้นเป็น 34-50% (เพิ่มขึ้น 10%)

อาทิ Toyota Fortuner กรณีราคาขายเดิมอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท ถ้าเจอภาษีใหม่เพิ่ม 10% ราคารถอาจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 112,000 บาท 

3. กลุ่มไฮบริด (HEV) รถลูกผสมที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า กรณีปล่อย CO2 ในช่วง 101-120 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราภาษีจะอยู่ที่ 9-19% 

ตัวอย่าง: SUV ยอดฮิตราคาเกือบล้านบาท อาจมีส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 25,000 - 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและการปล่อย CO2

4. กลุ่มรถหรู และ Supercar (เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร) กรณีปล่อยมลพิษสูงเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราภาษีจะสูงถึง 50% ทันทีเช่น Ferrari V8 ราคาขาย 30 ล้านบาท ต้องเจอส่วนต่างภาษีที่เพิ่มขึ้น 15% ราคารถอาจเพิ่มขึ้นอีก 4.5 ล้านบาท

แม้คนซื้อไม่ต้องจ่ายภาษีแยก แต่ราคารถใหม่ปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มใช้น้ำมันต้องแพงขึ้นแน่ๆ แล้วเราจะวางแผนซื้อรถใหม่ยังไงดี 

วางแผนซื้อรถปี 2569 ยังไงให้คุ้ม?

ราคารถใหม่ในปี 2569 อาจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่ถ้าของมันต้องใช้ สิ่งที่เราทำได้คือวางแผนเรื่องเงินให้รอบคอบ โดยมี 3 เรื่องที่อยากชวนคิด ก่อนตัดสินใจซื้อรถใหม่ในปีนี้ 

เช็กโปรให้ดี: ราคาขายรถอยู่ที่ค่ายรถและศูนย์บริการรถยนต์เป็นผู้กำหนด ดังนั้นต้องเช็กทั้ง ส่วนลด ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการซื้อ และรายละเอียดตัวรถที่ชัดเจน บางคนอาจรอไปเช็กราคาในงาน Motor Show ที่จัดช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ของทุกปี หรือ Motor Expo ที่จัดช่วงเดือน ธ.ค.ของทุกปีทุกวันนี้โลกโซเชียลทำให้เราเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น อาจไปโพสต์ในกลุ่มคนสนใจรถ เพื่อให้เซลล์ขายรถทักมาบอกโปรโมชัน (แต่ต้องระวังเรื่องมิจฉาชีพด้วย)

เปรียบเทียบสินเชื่อและดอกเบี้ย: เมื่อรถแพงขึ้น ยอดจัดไฟแนนซ์ก็สูงขึ้นตาม แนะนำให้เปรียบเทียบดอกเบี้ยจากหลายสถาบันการเงิน เพราะดอกเบี้ยที่ต่างกันเพียง 0.5% เมื่อผ่อน 72 งวด อาจมีมูลค่ามากกว่าภาษีที่เพิ่มขึ้นเสียอีก

วางแผนการเงินให้เป๊ะก่อนซื้อ: รถยนต์ถ้าได้ใช้ก็คุ้ม แต่ถ้าซื้อมาจอดก็เสื่อมค่าลงเรื่อยๆ ลองประเมินความจำเป็นในการใช้รถให้รอบคอบก่อนซื้อ ที่สำคัญการผ่อนรถสักคันอาจใช้เวลามากกว่า 3-5 ปี ระหว่างทางอาจมีเรื่องไม่คาดคิด เช่น ตกงาน เจ็บป่วย ดังนั้นควรเตรียมเงินสำรองไว้ก้อนหนึ่งราว 3-5 เดือนเพื่อไว้จ่ายค่างวดในวันที่อาจขาดรายได้

อ้างอิง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, กรมสรรพสามิต, mitsurma


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ