
“หนี้ครูไทย 1.4 ล้านล้านบาท”
ใครจะคิดว่าครูที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติจะมียอดหนี้สูงถึงขนาดนี้ จนทำให้หลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐพยายามปั้นโครงการเข้าช่วยเหลือ ไม่ว่าจะลดดอกเบี้ยฯ ไปจนถึงเคลียร์หนี้ในหลายรูปแบบ แต่ทำมาหลายปี (ตั้งแต่ปี 2540) ก็ยังไม่สำเร็จอย่างชัดเจน
ข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการพบว่า ยอดหนี้ 1.4 ล้านล้านนี้มาจากครูทั้งที่ยังทำงานอยู่และเกษียณกว่าหลักแสนคน ซึ่งติดหนี้ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมถึงสถาบันการเงินอื่นๆ อีกเพียบ
แต่ถ้าถามว่าครูมีหนี้มาจากอะไร มีรายงานหัวข้อ “เมื่อครูเป็นหนี้ : การศึกษารูปแบบ โครงสร้าง และวงจรหนี้สินข้าราชการครู ผ่านการวิเคราะห์กลไกระบบราชการ” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล่าให้ฟังถึง 4 รูปแบบในการก่อหนี้ คือ
1. หนี้ก่อนเป็นครู เช่น ครอบครัวยากจน หรือต้องกู้ยืมเพื่อการศึกษา
2. สร้างหนี้ระหว่างรับราชการ เช่น การพัฒนาตนเอง ตัองควักเงินตัวเองมาจ่ายกับการผลิตสื่อการสอน, การประกวดแข่งขันและรับการประเมิน, ภาษีสังคม ฯลฯ หลายครั้งภาระงานที่ไม่ใช่การสอน กลับสร้างภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด
3. หนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในครอบครัว เช่น ซื้อบ้าน, ซื้อรถ, จัดงานบวช ฯลฯ
4. หนี้จากปัจจัยภายนอก คือ สภาพเศรษฐกิจ เงินเดือนค่าตอบแทนต่ำ ภาระงาน ฯลฯ
จากความต้องการต่างๆ เหล่านี้ เมื่อมีช่องทางที่กู้ง่ายกว่า (อาชีพอื่นๆ) ครูหลายคนก็เลือกจะกู้ผ่านสหกรณ์ฯ แน่นอนว่าการมีหนี้ไม่ใช่ปัญหาถ้าบริหารได้ จ่ายตรง มีเงินเหลือใช้
แต่ในหลายเคสกลับเจอปัญหาว่า หลังกู้แล้วแต่ละเดือนจะถูกหักจากซองเงินเดือนจนไม่พอใช้จ่าย … ทำให้ต้องไปกู้เพิ่มจากที่อื่นๆ และกลายเป็นหนี้ก้อนใหม่ และสร้างกงล้อหนี้ที่ไม่สิ้นสุด ถึงเกษียณไปแล้วหนี้ก็ยังติดตัวไป
ตัวอย่างเช่น ถ้าครู มีสินเชื่อกับสหกรณ์ฯ หรือสินเชื่อสวัสดิการกับธนาคาร ทุกๆ เดือนจะถูกตัดหนี้จากหน้าซองเงินเดือนไปเลย โดยจะกำหนดเงื่อนไขว่า ไม่ว่าจะมีเจ้าหนี้กี่ราย (กลุ่มที่เล่าไปข้างบน) รวมแล้วกี่บาทก็ตาม เมื่อตัดชำระหนี้แล้วต้องเหลืออย่างน้อย 30% ให้ครูไปกินไปใช้จ่ายในชีวิต แต่ครูบางคนอาจมีหนี้ที่อื่นๆ อีกเช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือบางรายไปถึงหนี้นอกระบบ ก็ทำให้เงินเดือนที่มีไม่พอใช้ได้ นำสู่การสร้างหนี้ใหม่ไม่รู้จบ
บางคนมีหนี้จำนวนมากจนเครียดว่า สิ้นเดือนจะจ่ายยังไงไหว แต่เรื่องนี้เราแก้ปัญหาได้ด้วยการ สร้าง "คัมภีร์หนี้" โดยเริ่มลิสต์รายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมด ทั้งในและนอกระบบ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยของแต่ละที่ เพื่อเราจะจัดลำดับความสำคัญ และเริ่มลดหนี้ตามสูตร "ลดดอกแพงก่อน" เช่น บัตรเครดิตหรือหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าเงินกู้สวัสดิการ เราก็อาจปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงก่อน
ต่อมาถ้าคำนวณแล้วเราเป็นหนี้เกินตัว หรือมีหนี้จากของที่ไม่ได้ใช้ อาจพิจารณา “ขายออกบางส่วน” เพื่อมาใช้หนี้สินของเรา หรือปรับพฤติกรรมลดการใช้จ่ายในเรื่องไม่จำเป็นลง ยอมตัดของที่ไม่อยากได้ เพื่อชีวิตที่เราหายใจสะดวกขึ้น สบายใจขึ้นก็น่าจะดีกว่า
แต่ถ้าของมันต้องมี บ้านก็ต้องใช้อยู่อาศัย คือเราอยากเก็บไว้ทุกอย่างแต่หนี้ก็ต้องจ่าย เราก็ต้อง “หารายได้เพิ่ม” จะรับจ้างสอนพิเศษ ทำ Content ด้านการศึกษา หรือรับจ้างอื่นๆ ที่ไม่หนักเกินไปจนรบกวนงานหลัก ก็อาจเป็นทางออกที่ดี แน่นอนว่าปัญหาหนี้ครูอาจมีสาเหตุหลายอย่าง ทั้งโครงสร้างรายได้ สวัสดิการพื้นฐาน แต่หนึ่งในนั้นคือ การขาดความรู้ทางการเงิน และวินัยในการจ่ายหนี้คืน ดังนั้นจะแก้หนี้ที่ไปกู้ยืมมาเองก็ต้องเริ่มที่ตนเองก่อน
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney