
รีวิวภารกิจเก็บเงิน 3 แสน 3 ปี ของคนมีภาระผ่อนรถ แต่งงานยังไงไม่ให้ล้มละลาย? เมื่อ “ความรัก” สำคัญ แต่สภาพคล่องสำคัญกว่า
ในสังคมไทย "การแต่งงาน" ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มักมาพร้อมกับความคาดหวัง หน้าตา และตัวเลข "สินสอด" หลายคู่เลือกเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยภาพฝันที่สวยงาม แต่เบื้องหลังกลับต้องแลกมาด้วยหนี้สินก้อนโต
ตัวอย่างเช่น เคสจริงจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ของ “บอย” ช่างเทคนิควัย 30 รายได้ราว 25,000 - 28,000 บาท เขามีฝันจะแต่งงานในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วยงบ 300,000 บาท แต่ติดเงื่อนไขสำคัญคือ เขายังมีภาระผ่อนรถเดือนละ 7,500 บาท และยังไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท
หากกางบัญชีของบอยจะพบว่า หนี้รถคือ "ตัวตัดกำลัง" หลัก เพราะค่าผ่อนรถคิดเป็นถึง 31% ของรายได้ (ซึ่งตามหลักการเงินไม่ควรเกิน 35-40%) นี่คือภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงานด้วยการซื้อ "รถ" ก่อน "ออม" จนเมื่อถึงเวลาสำคัญของชีวิต จึงเกิดภาวะตึงตัวทางการเงิน
กูรูจาก TFPA แนะนำว่าเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีนั้นไม่ยาวนัก การลงทุนที่เสี่ยงเกินไปอาจทำให้เงินแต่งงานหายวับได้ เครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดคือ “บัญชีเงินฝากปลอดภาษี” (Tax-Free Savings Account) ด้วยเหตุผลที่ตอบโจทย์คนสร้างตัว
หากบอยเลือกฝาก 36 เดือน (ดอกเบี้ยสมมติ 2.90%) เพื่อให้ได้เงินราว 300,000 บาท:
นอกเหนือจากตัวเลขดังกล่าว แต่คือการมองโลกความเป็นจริงของสังคมไทย
ทั้งนี้ ให้จำไว้ว่า ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ แต่ชีวิตคู่หลังงานแต่งเป็นเรื่องของ "สภาพคล่อง" อย่าให้วันเดียวที่สวยที่สุด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปีที่ขมขื่นที่สุดทางการเงินเพียงเพราะคำว่าหน้าตา
ที่มา: สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney