พฤติกรรมไหนคือ “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026” ฉบับเรื่องการเงิน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

พฤติกรรมไหนคือ “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026” ฉบับเรื่องการเงิน

Date Time: 28 ธ.ค. 2568 10:01 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

จากโพล “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026” สำรวจโดย Thairat Money พบว่า 35% เลือกให้ “หมุนเงินไม่ทัน” คือปัญหาการเงินประจำปีนี้ 2025 ส่วนปี 2026 สิ่งที่จะได้ไปต่อคือ “การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน”

Latest


Thairath Money สรุปผลโพล “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026” ซึ่งทำการสำรวจพฤติกรรมการเงินของคนไทยประจำปีนี้ จากคำถาม “ปัญหาการเงินแห่งปี 2025” 

รวมถึงชวนมองเทรนด์พฤติกรรมการเงินคนไทยในปีต่อไป จากคำถาม “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026”


จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 125 คน โดยไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย และทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 16 - 26 ธันวาคม 2025 พบข้อมูล ดังนี้ 

“หมุนเงินไม่ทัน” คือ ปัญหาการเงินของคนไทยประจำปีนี้

35% จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ยกให้พฤติกรรม “หมุนเงินไม่ทัน” เป็นปัญหาการเงินประจำปี 2025

โดยปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ พฤติกรรมการเงินที่ขาดสภาพคล่องจนหนี้รัดตัว

เจาะลึก 3 พฤติกรรมหลักที่ก่อให้เกิดอาการหมุนเงินไม่ทัน 

  1. จ่ายขั้นต่ำ : พฤติกรรมการจ่ายบัตรเครดิตเพียง 5-8% เพื่อรักษาเงินสดในมือส่งผลให้ต้องเจอกับดอกเบี้ยทบต้นมหาโหด

  2. สลับราง สร้างหนี้ : การใช้บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อดิจิทัลมาเพื่อโปะหนี้อีกที่หนึ่ง เป็นพฤติกรรมการเลี้ยงหนี้เอาไว้

  3. ยอมจ่าย ซื้อความสุขระยะสั้น : คนไทยเริ่มประหยัดกับรายจ่ายก้อนใหญ่ เช่น การซื้อบ้านหรือรถ แต่ยอมจ่ายเงินกับความสุขราคาถูก เช่น กาแฟแบรนด์ดังหรือบุฟเฟต์ 

ปัญหาหมุนเงินไม่ทัน คือ สัญญาณความเปราะบางทางการเงินของคนไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขทั้งในระดับนโยบาย และการปรับตัวส่วนบุคคล ก่อนที่วิกฤติสภาพคล่องจะกลายเป็นวิกฤติหนี้เสียครั้งใหญ่

สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 ฉบับการเงิน

การออม

ตัวเลือก “เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือน” เป็นพฤติกรรมการเงินที่ผู้ตอบแบบสอบถามโหวตให้เป็นสิ่งที่ได้ไปต่อในปีหน้ามากที่สุด จากสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา เป็นบทเรียนให้คนไทยให้ความสำคัญกับการสำรองเงินฉุกเฉิน 

ในด้าน “แอปฯ แยกเก็บกระเป๋าเงิน” เป็นตัวเลือกที่ถูกโหวต 12% จากทั้งหมด ประเมินได้ว่า การใช้ฟังก์ชันแยกบัญชีเก็บเงิน เป็นเพียงตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับการออมเงินให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น

การลงทุน

“DCA ต่อเนื่อง” เป็นตัวเลือกด้านการลงทุนที่ถูกโหวตมากที่สุด 18% สะท้อนถึงแนวโน้มการลงทุนที่คนไทยอาจเทไปสาย VI (Value Investing) มากกว่าการเกร็งกำไรระยะสั้น

ตัวเลือกที่โหวตรองลงมาคือ การลงทุนเพื่อสุขภาพ เช่น คอร์สฟิตเนส ถูกโหวต 13% สอดรับกับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มาแรงในปีนี้ 

และด้านการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น คริปโต ทองคำ ถูกโหวต 10% และการ์ดสะสมถูกโหวต 0.5%  ซึ่งเป็นการลงทุนสำหรับความสนใจเฉพาะกลุ่ม

ในด้านพฤติกรรมการเงินอื่น ๆ เช่น การใช้ฟีเจอร์ Buy Now Pay Later ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มรุ่นใหม่อย่างมากในปีนี้ เป็นตัวเลือกที่ถูกโหวตเพียง 1% อาจสะท้อนถึงการรัดเข็มขัดอย่างมากขึ้น โดยไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มเติม

ข้อมูลดังกล่าวสรุปจากผลโพลที่ Thairath Money จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความคิดเห็นและแนวโน้มพฤติกรรมการเงินของคนไทย


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance  

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 













Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ