“อารมณ์ดีก็ซื้อ - เศร้าก็ซื้อ” คล้ายเสพติด ทำความรู้จัก โรคคลั่งซื้อ (CBD) จนเกิดปัญหาทางการเงิน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“อารมณ์ดีก็ซื้อ - เศร้าก็ซื้อ” คล้ายเสพติด ทำความรู้จัก โรคคลั่งซื้อ (CBD) จนเกิดปัญหาทางการเงิน

Date Time: 10 เม.ย. 2568 09:55 น.

Video

เปย์ตัวเองมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อ 'ลูก' ให้ดีที่สุด กับ แอริน ยุกตะทัต l Money Secret EP.17

Summary

“คลั่งซื้อ" จนหนี้พอกพูน เมื่อการช็อปปิ้งไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่กลายเป็นโรคที่ควบคุมไม่ได้ ทำความรู้จัก โรคคลั่งซื้อ (CBD) การซื้อของที่เกินความจำเป็น สร้างปัญหาทางการเงินส่วนบุคคล

Latest


ในขณะที่กระแส "Low Buy, No Buy" หรือ ซื้อน้อย ,หยุดซื้อ กำลังมาแรงและสร้างการตระหนักรู้ เกี่ยวกับการใช้จ่ายมากเกินไป เพื่อผลักดันให้หลายคนหันมาดูแลการใช้จ่ายของตัวเองมากขึ้น ไม่สร้างหนี้สินโดยไม่จำเป็น ในภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกไม่แน่ไม่นอน 

ขณะเดียวกัน วิธี “Low Buy, No Buy” ก็ถูกหยิบยกให้เป็นเสมือนยา ที่ใช้สำหรับ การรักษาคนที่เป็นโรคคลั่งซื้อ หรือ CBD (Compulsive Buying Disorder) เช่นกัน 

ซึ่งโรคนี้ เป็นโรคทางการแพทย์ ใช้เรียก กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถหยุดตัวเองจากการช็อปปิ้งได้ จนกลายเป็น โรค สะท้อนถึงปัญหาทางจิตใจที่ไม่ได้รับการรับรู้หรือแก้ไขอย่างถูกต้อง เมื่อการช็อปปิ้งไม่ใช่แค่การ “ซื้อของ” เหมือนคนทั่วไป 

เป็นการซื้อของโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็นของสิ่งที่ซื้อและสามารถสร้างปัญหาทางการเงินหรือปัญหาส่วนตัวตามมา คนที่มีภาวะนี้มักจะรู้สึกว่าการซื้อของจะทำให้พวกเขามีความสุขชั่วขณะ หรือบรรเทาความเครียดและอารมณ์ที่ไม่ดี แต่พฤติกรรมนี้กลับส่งผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาว 

อาการแบบไหนบ้าง เข้าข่ายเป็น "โรคคลั่งซื้อ"

  • ซื้อเพราะเห็นว่า “ลดราคา” หรือมีโปรโมชั่น
  • เมื่อมีภาวะเครียด, มีความวิตกกังวล, หรือ อารมณ์ที่ไม่ดี ทางออก คือ ช็อปปิ้ง
  • หลังจากการซื้อหรือการใช้เงินมากเกินไป บางคนอาจรู้สึกผิดและตกอยู่ในวงจรการหลีกหนีจากความรู้สึกนี้ด้วยการซื้อเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ
  • บางคนที่มีภาวะนี้อาจพยายามปกปิดพฤติกรรมของตนเองจากผู้อื่น หรือไม่ยอมรับว่าการซื้อของเป็นปัญหา
  • ซื้อสิ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถหยุดได้ แม้จะรู้ว่ามีสิ่งนั้นแล้ว
  • ซื้อของ ไปพร้อมๆกับการสร้างหนี้สิน มีปัญหาทางการเงิน สถานการณ์แย่ลง ยิ่งเกิดความเครียด และสุดท้ายก็ลงเอย ด้วยการซื้อของ เป็นการบำบัด 

หากเรามีอาการเหล่านี้ หรือ เคยพบเห็นคนใกล้ตัว มีพฤติกรรมแบบนี้ อาจสันนิษฐานได้ว่า เข้าข่ายเป็น “โรคคลั่งซื้อ” สอดคล้องกับมุมมองของ นักการเงินชื่อดัง “วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” ที่โพสต์ข้อมูลให้ความรู้ไว้ว่า คนที่เป็นโรคคลั่งซื้อ ซื้อจนติดเป็นนิสัย บางครั้งก็ซื้อเพลินจนกลับมาถึงบ้าน จึงทราบว่า เคยซื้อมาแล้ว

ถ้าเป็นการซื้อตามแรงกระตุ้น หรือ Impulse buying คือไม่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้ว่าจะซื้อ แต่เผอิญเขาจัดโปรโมชั่นพิเศษ ก็เลยซื้อมา หากเป็นบ้างเป็นครั้งคราว ยังไม่ถือว่าป่วย 

จะป่วยก็ต่อเมื่อซื้อจนหยุดไม่ได้ ก่อนซื้อไม่ได้ไตร่ตรองก่อน และเป็นตลอดเวลาการซื้อของหรือบริการโดยไม่จำเป็น ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน และไม่ได้ดูงบประมาณที่ตนเองมี ใช้เวลากับกิจกรรม การซื้อมากเกินควร อย่างนี้ถือว่าป่วยเป็นโรค “คลั่งซื้อ” จำเป็นต้องนำวิธี “ซื้อน้อย/หยุดซื้อ” มาใช้เป็นวิธีรักษา  

รู้สึกดีทุกครั้ง เมื่อได้เดินซื้อของ 

ข้อมูลทางการแพทย์ ยังมีการกล่าวถึงโรค CBD ว่าผู้ป่วยจะควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาอยากซื้อ ข้อมูลของอาการซึ่งได้จากรามาชาแนล บอกว่า “ผู้ป่วยจะรู้สึกดีที่ได้เดินดูของ รู้สึกดีเมื่อได้เปรียบเทียบราคา และรู้สึกดีเมื่อได้ซื้อของ แต่ก็จะรู้สึกดีได้แค่ช่วงเวลาเดียว และจะรู้สึกผิดหลังจากที่ซื้อมาแล้ว เพราะคนที่เป็นโรคนี้มักจะจับจ่ายเกินความจำเป็น หลายครั้งซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ บางครั้งซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมีของเดิมๆเต็มไปหมด 

รวมถึงปัญหาอื่นๆตามมา เช่น กลายเป็นหนี้สิน ทะเลาะกับคนในครอบครัว บางครั้งซื้อมาแล้วต้องโกหกคนในครอบครัวว่ามีคนให้มา หรือบอกราคาที่ถูกกว่าราคาจริงที่ซื้อ ต้องหลบๆซ่อนๆ เวลาซื้อของเหล่านั้น เป็นต้น

หากใครมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์ แต่หากเป็นคนทั่วไป ขอแนะนำให้ฝึกซื้อสินค้าหรือบริการให้อยู่ในงบประมาณที่เราได้จัดสรรไว้อย่างสม่ำเสมอ ทำจนเป็นนิสัย ถือเป็นการสร้างวินัยที่ดีกว่าวิธีหยุดซื้อเป็นเวลานานและไม่ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเสียหายด้วย 

วิธีแก้ไข นิสัย “คลั่งซื้อ” นอกจากการกำหนดงบประมาณเพื่อให้เราเดินตามกรอบงบประมาณที่เราตั้งไว้ แล้ว ยังควรลดโอกาสเกิดการคลั่งซื้อ วิธีการง่ายๆ คือ ลดความถี่ในการไปงานแสดงสินค้า หรืองานลดราคาต่างๆ และหากต้องไป ควรมีคนไปด้วย เพื่อให้มีสติที่สองที่คอยเตือน

นอจากนี้ เวลาจะใช้จ่าย ให้นึกถึงความยากลำบากในการหาเงินรายได้ เพราะฉะนั้น จะใช้ทั้งทีควรจะคุ้มค่าและได้ประโยชน์  และช่วงที่เศรษฐกิจของโลกยังมีความไม่แน่นอน การระมัดระวังการใช้จ่าย เพื่อเก็บเงินไว้ในยามฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น 

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ