
ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อให้ “คนไทย” ทำงานสร้างรายได้ได้มากกว่า “รายจ่าย” จนเหลือเงินเก็บออมตามเหมาะสมนั้น ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้อง หยิบยืม กู้เงิน ขอสินเชื่อ เพื่อกินเพื่อใช้ หรือใช้เป็นทุนเพื่อประกอบอาชีพ ขณะสินทรัพย์ขนาดใหญ่มีมูลค่าอย่าง รถ หรือ บ้าน ต่างมาจากการก่อหนี้แทบทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ว่าที่ “ลูกหนี้” ใหม่ต้องทำความเข้าใจก่อนเป็นหนี้ ก็คือ หนี้ไม่ใช่ของฟรี แต่มีราคาต้องจ่าย (และอาจแพงกว่าที่เราคิด) โดยข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ แม้การสร้างหนี้ ไม่ใช่ “เรื่องน่ากลัว” อย่างที่คิด เพราะบางหนี้อย่าง หนี้ดี ก็ช่วยให้เรามีเงินใช้ หรือสร้างความมั่นคงในอนาคต เช่น หนี้เพื่อการศึกษา เรียนจบแล้วจะได้มีความก้าวหน้าทางการงานมากขึ้น หนี้เพื่อการประกอบอาชีพ กู้เงินมาเพื่อใช้ซื้อสิ่งของที่จำเป็นในการทำงาน
แต่คนที่สนใจอยากขอสินเชื่อ หรือขอกู้เงิน หลายคนอาจละเลยถึงภาระที่ตามมา เพราะมัวมุ่งหน้าคิดเฉพาะเรื่องสภาพคล่อง หรือ “ขอให้ได้เงินได้ของตอนนี้เถอะ” จนอาจลืมไปว่า “หนี้ไม่ใช่ของฟรี” แต่เป็นสิ่งที่มีราคาต้องจ่ายในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งก็คือต้นทุนที่ลูกหนี้ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้นั่นเอง และหากเรากู้เงินจำนวนมาก และกู้ในระยะเวลานาน เรายิ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยมากตามไปด้วย
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอีก 2 ประเภทที่เป็นที่รู้จัก คือ
สำหรับ การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (effective rate) มักใช้ในการคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงสัญญาเช่าซื้อรถ เช่าซื้อมอเตอร์ไซค์
โดยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะคิดจากยอดเงินต้นคงเหลือที่ทยอยลดลงจากงวดก่อนหน้า โดยในงวดแรกๆ เงินต้นยังเหลืออยู่มาก ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมากตามไปด้วย ค่างวดที่เราผ่อนชำระเข้าไปจึงไปตัดดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น จากนั้นเงินต้นจะทยอยลดลง ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายน้อยลงตามไปด้วย ค่างวดที่เราจ่ายเข้าไปจึงถูกนำไปตัดเงินต้นมากกว่าดอกเบี้ย
ส่วน การคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดจะถูกคิดจากเงินต้นทั้งจำนวน โดยค่างวดที่เราต้องจ่ายในแต่ละงวดจะรวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดมาหารเฉลี่ยด้วยจำนวนงวดที่เราต้องผ่อนชำระ ทำให้ค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจะแบ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวดตั้งแต่งวดแรกจนถึงงวดสุดท้าย
มักใช้ในช่วงการเสนอขายการเช่าซื้อรถ เช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ (ในปัจจุบันประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา กำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อต้องระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในลักษณะการคิดแบบลดต้นลดดอกด้วย ซึ่งเป็นวิธีการคิดดอกเบี้ยที่ใช้ในสัญญาเช่าซื้อ และเพื่อให้ลูกหนี้สามารถเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับสินเชื่ออื่นๆ ได้)
เช่น หากเราเจอสินเชื่อหรือเงินกู้ที่ใช้ flat rate (ดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่) เช่น เงินกู้นอกระบบ เราสามารถคูณ flat rate ด้วย 1.8 เพื่อแปลงเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแบบคร่าวๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น flat rate อยู่ที่ 2% ก็คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 2% X 1.8 = 3.6%
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องรู้เมื่อจะตัดสินใจกู้ คือ รายละเอียดและเงื่อนไขของสินเชื่อประเภทต่างๆ และเลือกกู้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการกู้ด้วย.
ที่มา : ธปท.
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investmen
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney