
หลายคนเข้าใจว่าถ้าผ่อนรถไม่ไหว ไปต่อไม่ได้ แค่คืนรถให้ธนาคารหรือไฟแนนซ์ที่ผ่อนชำระอยู่ ก็จะสามารถเคลียร์หนี้ได้หมด จบภาระ ไม่ต้องหาเงินผ่อนให้เหนื่อย แต่จริงๆ แล้ว อาจไม่หมดหนี้อย่างที่คิด ซึ่งอาจทำให้เสียทั้งรถยนต์ไป และยังต้องผ่อนหนี้รถยนต์ต่อไปอีกนาน
ข้อมูลจาก ทีทีบีไดรฟ์ ระบุ เรื่องราวที่ผู้ครอบครองรถอยู่ ควรรู้ ก่อนตัดสินใจคืนรถให้ธนาคาร ดังนี้
อันดับแรก คือ การขอสินเชื่อจากธนาคาร เมื่ออนุมัติแล้วเท่ากับธนาคารเป็นผู้ออกเงินซื้อให้เราก่อนจึงจะได้รถยนต์ไปใช้ แล้วผ่อนชำระหนี้ให้ธนาคารตามสัญญา แต่หากวันหนึ่งสถานการณ์ทางการเงินของเราไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้ไม่สามารถชำระค่างวดได้ดังเดิม
การหยุดผ่อนรถจะทำให้ธนาคารต้องทำการยึดรถไป เพื่อนำไปขายทอดตลาดและนำเงินที่ได้จากการขายมาคำนวณเปรียบเทียบกับภาระที่ค้างอยู่กับธนาคาร หากธนาคารขายรถยนต์ได้มากกว่ายอดหนี้ ธนาคารจะทำการคืนส่วนต่างให้
ยกตัวอย่าง : นาย ก. มีหนี้สินกับทางธนาคารในการผ่อนรถอยู่ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระต่อไม่ไหวจึงขอคืนรถให้ธนาคาร ธนาคารจึงนำรถไปขายทอดตลาดได้เงินมา 1.5 ล้านบาท เงิน 1 ล้านบาทจะถูกนำไปชำระหนี้กับทางธนาคารและธนาคารจะคืนเงินจำนวน 500,000 บาทให้นาย A
แต่รู้หรือไม่ว่า การคืนรถยนต์ให้ธนาคาร อาจจะยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะบางรายภาระอาจจะจบลง แต่ยอดหนี้ไม่ได้หายไป ทำให้เราต้องผ่อนชำระหนี้ต่อกับธนาคาร
ยกตัวอย่าง : หากนาย ก. ให้ธนาคารยึดรถและนำไปขายทอดตลาด ธนาคารนำไปขายได้จำนวน 1 ล้านบาท แต่นาย ก. มียอดหนี้ค้างชำระกับทางธนาคารจำนวน 1.2 ล้านบาท นาย ก. ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับทางธนาคารในส่วนที่เหลือ 2 แสนบาท
หากปล่อยให้ธนาคารยึดรถเพราะไม่อยากผ่อนชำระต่อ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจบปัญหาเรื่องหนี้สินได้ แถมยังมีความเสี่ยงที่จะต้องหาเงินมาชำระเพิ่มในส่วนที่เป็นหนี้ที่เหลือและยังเสียประวัติด้านเครดิตอีกด้วย ดังนั้นในกรณีที่ผ่อนค่างวดรถยนต์ต่อไม่ไหว รู้สึกว่าเงินตึงมือ เริ่มมีปัญหาทางการเงิน ไม่ควรปล่อยให้ผิดนัดชำระเกิน 3 ครั้ง
อันดับแรกควรรีบติดต่อกับทางธนาคารเพื่อหาทางออกในการผ่อนรถร่วมกันอย่างเร็วที่สุด ซึ่งธนาคารจะมีวิธีช่วยลูกค้าในเรื่องของการผ่อนชำระ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ การยืดระยะเวลาการผ่อนให้ยาวขึ้น และชำระต่อเดือนจำนวนน้อยลง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าไม่ถูกยึดรถ และสามารถนำรถไปใช้ทำงานหรือทำธุรกิจได้เหมือนเดิม
สำหรับคนที่รู้สึกเริ่มผ่อนต่อไม่ไหว อาจจะนำรถไปรีไฟแนนซ์เพื่อจะได้ผ่อนต่อเดือนน้อยลง ทำให้ภาระต่อเดือนก็น้อยลงไปด้วย มีเงินเหลือใช้จ่ายเพิ่มเติม ลดความกังวลเรื่องหนี้ไปได้มากเช่นกัน
ข้อมูล : ทีทีไดร์ฟ