
หลังการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปเมื่อต้นปี 2565 ทำให้ธนาคารมีจำนวนลูกค้ารายย่อยเกือบ 8 ล้านราย ทั่วภูมิภาคอาเซียน และสามารถมอบสิทธิประโยชน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากขึ้น
สุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Card Business ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตรวม 2.3 ล้านใบ ซึ่งส่วนใหญ่มากกว่า 50% เป็นลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000-50,000 บาท โดยเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความสามารถในการชำระหนี้ซะส่วนใหญ่ จึงถือได้ว่ายูโอบีเป็น Top 3 ในธุรกิจบัตรเครดิตในไทย
ทั้งนี้ในปี 66 ยังคาดว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลัก โดยที่ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาโตกว่า 15-20% แต่เริ่มมาชะลอในช่วงครึ่งปีหลัง จากความผันผวนของเศรษฐกิจ แต่ยังมั่นใจว่าภาพของเศรษฐกิจไทยยังเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 67 เนื่องจากมองว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของยูโอบีเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดมีอัตราสูงกว่า ด้วยอุตสาหกรรมตลาดเติบโตจึงเป็นแรงส่งให้ยอดการใช้จ่ายโตตาม
ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง-สูง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักที่ใช้บัตรเครดิตของยูโอบี ยังคงจับจ่ายใช้สอยอย่างคล่องตัว ทำให้มีการคาดการณ์ว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของยูโอบีในปี 67 จะเติบโต 10% มากกว่าตลาดที่โต 5-8% ในปี 67 และในส่วนของเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าในปี 2667 คือ 15 % ขณะที่ยอดบัตรเครดิตใหม่ จะเห็นการเติบโตไม่สูงมากนัก เนื่องจากธนาคารจะเน้นในเรื่องของการเติบโตการใช้จ่ายมากกว่าการหาบัตรใหม่
สำหรับหมวดหมู่ที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยูโอบีมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ประกัน, เฮลธ์แคร์, ช็อปปิ้งห้างค้าปลีก และ discount store
ด้าน ยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับเกณฑ์การปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ได้ผลกระทบเนื่องจากมีความสามารถในการชำระหนี้ แต่มีเพียง 10% เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้มีการพูดคุย กับ ธปท.ในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว โดยจะเป็นมาตรการโอนวงเงินบัตรเครดิตเป็นสินเชื่อผ่อนชำระเป็นงวดที่น้อยลง ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ด้านคุณภาพพอร์ตบัตรเครดิตของยูโอบียังคงอยู่ในระดับที่ดีมาต่อเนื่องดังนั้นผลกระทบดังกล่าวธนาคารไม่ได้มีความกังวลมากนัก
ล่าสุด ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ก็ได้ยกระดับการให้บริการทางการเงินด้วยการเปิดตัวบัตรเครดิต Co brand ร่วมกับ 5 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Grab, Lazada, แม็คโคร, เมอร์เซเดส-เบนซ์ และไทยรอยัล ออร์คิด พลัส โดยที่บัตรแต่ละใบได้รับการออกแบบเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น
ทั้งนี้บัตรเครดิต Co brand ทั้ง 5 ใบของธนาคารยูโอบี เป็นบัตรที่เพิ่มมาจากบัตรเครดิตหลักทั้ง 5 ใบ ที่ทางธนาคารคัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้สามารถมอบบริการด้านการเงินที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงภูมิภาคอาเซียน และนี่เป็นสิ่งทำให้ธนาคารยูโอบีมีความโดดเด่นและแตกต่างนั่นเอง