
เมื่อเข้าสู่ช่วงสิ้นปี หน้าที่ของคนไทยที่มีรายได้อย่างหนึ่ง ก็คือ จะต้องเตรียมตัวเรื่อง “ภาษี” กันให้พร้อมแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมยื่น “ภาษีปี 2567” ที่จะเริ่มยื่นช่วง ต้นปี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการคำนวณรายได้, หาตัวช่วย ผ่านสิทธิลดหย่อนทางภาษี เพื่อทำเรื่องขอคืนภาษี
โดยการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2567 นั้น สามารถยื่นภาษีแบบเอกสารหรือกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2567 หรือจะยื่นภาษีแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 8 เม.ย. 2567
จากข้อมูลของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุ สำหรับคนไทยที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี (กรณีโสด) และมากกว่า 220,000 บาทต่อปี (กรณีสมรส) มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายทุกปี
ทั้งนี้ เงินที่จะนำมาใช้ในการคำนวณภาษี จะเป็นเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วนำไปคำนวณภาษีแบบขั้นบันได โดยมีวิธีคำนวณภาษีขั้นพื้นฐานแบบง่ายๆ ดังนี้
แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ ยังไม่มีความเข้าใจการเสียภาษีมากนัก การคำนวณตัวเลขดังกล่าว คงเป็นเรื่องยากไม่น้อย โดยเฉพาะ เหล่าพนักงาน ที่แม้นายจ้างหรือบริษัท หักภาษีไว้อยู่แล้ว แต่หากมีรายได้เสริมอื่นๆ เข้ามา เช่น รับจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ ก็จำเป็นต้องนำมาคำนวณภาษีด้วยเช่นกัน ไม่งั้น หากเราไม่ยื่นภาษี และมีรายได้เกินกว่าที่กำหนด อาจถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้
ล่าสุด บมจ.ธรรมนิติ องค์กรด้านกฎหมาย และ ตรวจสอบบัญชี ได้สรุป ตัวอย่าง ตารางฐานเงินเดือน กับ ภาษีที่ต้องเสีย มาให้เราได้ลองเปรียบเทียบ คำนวณกัน โดยได้หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท, หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และ ประกันสังคม 9,000 บาท ในช่องรายได้สุทธิแล้ว ดังต่อไปนี้
ที่มา : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธรรมนิติ