บทเรียนนโยบายการเงินหลังวิกฤติโควิดและสงครามยูเครน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

บทเรียนนโยบายการเงินหลังวิกฤติโควิดและสงครามยูเครน

Date Time: 11 มี.ค. 2566 06:18 น.

Summary

อะไรทำให้นักเศรษฐศาสตร์คิดไม่ถึงว่า มรสุมวิกฤติหลายระลอกที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงตามมา จนธนาคารกลางเกือบทั้งโลกต้องกลับทิศนโยบายการเงิน

Latest

เปิด 4 วิกฤติของชนชั้นกลาง ครัวเรือนไทย ตัดทุกอย่างได้ ยกเว้นค่าเรียน-อนาคตของลูก

ดร.ฐิติมา ชูเชิด Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์

หลังจากโลกผ่านวิกฤติโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาพักใหญ่ IMF ได้ถอดบทเรียนการใช้นโยบายการเงินในช่วงวิกฤติรอบนี้เอาไว้ โดยตั้งคำถามไว้ว่า อะไรทำให้นักเศรษฐศาสตร์คิดไม่ถึงว่า มรสุมวิกฤติหลายระลอกที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงตามมา จนธนาคารกลางเกือบทั้งโลกต้องกลับทิศนโยบายการเงิน จากเดิมที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษมาเป็นตึงตัวเร็วเป็นประวัติการณ์ และอีกคำถามคือ นโยบายการเงินเรียนรู้อะไรบ้างสำหรับโลกภายหน้าที่อาจไม่ได้เป็นยุคเงินเฟ้อต่ำเหมือนเดิมแล้ว

บทเรียนสำคัญที่กล่าวถึงคือ ชุดความรู้ความเข้าใจเดิมที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติระลอกนี้เอามาปรับใช้ไม่ค่อยได้แล้วเพราะวิกฤติครั้งนี้มีความพิเศษเฉพาะตัว ตัวอย่างเช่น

1.ความเข้าใจว่า ปัจจัย shock ด้านอุปทานส่งผลกระทบเงินเฟ้อแค่ชั่วคราว (transitory) เหมือนที่เคยเป็นมา นโยบายการเงินยังไม่ต้องรีบเข้าไปจัดการกับเงินเฟ้อสูงจากปัจจัยด้านอุปทานตั้งแต่แรก สามารถรอจนเห็นผลกระทบส่งผ่านเป็นวงกว้างจริงๆ (second-round effects) ค่อยจัดการก็ยังไม่สาย

สิ่งที่เกิดขึ้นในวิกฤติครั้งนี้กลายเป็นว่า ปัจจัย shock ด้านอุปทานมีผลกระทบเงินเฟ้อยาวนาน (persistent) และส่งผลกระทบต่อข้อจำกัดการผลิตในบางภาคเศรษฐกิจ จนเกิดภาวะอุปทานไม่เพียงพอกับอุปสงค์ ทำให้สินค้านั้นๆราคาแพงขึ้น จนขยายวงกว้างไปกระทบราคาสินค้าอื่นที่ใช้สินค้านี้ในห่วงโซ่การผลิต

2.ความเข้าใจว่า โลกอยู่ในยุคเงินเฟ้อต่ำมานานนับสิบปีและจะเป็นแบบนี้ต่อไป การใช้นโยบายการเงินนโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงหลังวิกฤติการเงินโลก (Global Financial Crisis) ปี 2008 ไม่ได้เป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อสูงจนเกินกรอบเป้าหมาย หรือไม่ได้กระตุ้นให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นจนทำให้ตลาดแรงงานตึงตัวขึ้นมากตามมา ค่าจ้างต้องปรับขึ้นแรงตาม จนทำให้เงินเฟ้อขยับสูงขึ้นเป็นวงจรล้อกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในวิกฤติครั้งนี้กลายเป็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเงินเฟ้อกับตลาดแรงงานเปลี่ยนไปจากเดิม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิดทำให้ตลาดแรงงานฟื้นตัวแรง มีส่วนทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นรวดเร็วในหลายประเทศ ยิ่งถ้าเศรษฐกิจบางประเทศกลับมาร้อนแรงเร็วเข้าใกล้ระดับการจ้างงานเต็มที่ ยิ่งเห็นความสัมพันธ์เงินเฟ้อกับค่าจ้างที่สูงขึ้นมาก

3.ความเข้าใจว่า เงินเฟ้อหมวดสินค้าและบริการไม่ได้แตกต่างกันเป็นพิเศษในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวจากวิกฤติ สิ่งที่เกิดขึ้นในวิกฤติครั้งนี้พบว่าช่วงเปิดเศรษฐกิจหลังล็อกดาวน์ เงินเฟ้อหมวดสินค้าพุ่งตัวแรงก่อนจากการอั้นใช้จ่ายที่สะสมมา แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นเงินเฟ้อหมวดบริการที่เร่งตัวตามมาหลังกิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาได้เหมือนเดิม ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานภาคบริการเร่งตัวแรงไม่หยุดในขณะนี้

4.ความเข้าใจว่า กลยุทธ์นโยบายการเงินผ่อนคลายมากที่เคยใช้ได้ผลในอดีตจะได้ผลครั้งนี้ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานจะฟื้นกลับมาดีจริง มองข้ามเงินเฟ้อสูงได้ชั่วคราว สิ่งที่เกิดขึ้นในวิกฤติครั้งนี้พบว่า การอัดฉีดนโยบายเศรษฐกิจฟื้นการจ้างงานให้นานขึ้น ยอมปล่อยให้เงินเฟ้อสูงเกินกรอบได้ชั่วคราว สุดท้ายจะทำให้คุมเงินเฟ้อไม่อยู่

การได้กลับไปมองทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นช่วยให้เห็นว่าโลกเปลี่ยนแล้วอาจเปลี่ยนเลย เงินเฟ้ออาจไม่สามารถคุมได้ง่ายเหมือนเดิม กลยุทธ์นโยบายการเงินอาจต้องเปลี่ยนตามให้ทันในยุคเงินเฟ้อไม่ต่ำเหมือนเดิมค่ะ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ