เหตุใดจึงมีธนาคารกลาง? : ความท้าทายที่ธนาคารกลางต้องเผชิญ (3)

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เหตุใดจึงมีธนาคารกลาง? : ความท้าทายที่ธนาคารกลางต้องเผชิญ (3)

Date Time: 12 พ.ย. 2565 07:26 น.

Summary

ในบทความ 2 ตอนก่อนหน้าของซีรีส์วิวัฒนาการของธนาคารกลางนั้น ท่านผู้อ่านได้ทำความเข้าใจจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของธนาคารกลางกันไปแล้ว โดยไล่เรียงตั้งแต่ยุคสมัยแรก

Latest

สัญญาณเตือน “ค่าครองชีพ” ที่คนทำงานต้องเตรียมรับมือเอง รัฐสั่ง WFH แบงก์-เอกชนใหญ่ พร้อมปรับโหมด

สุพริศร์ สุวรรณิก สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์

ในบทความ 2 ตอนก่อนหน้าของซีรีส์วิวัฒนาการของธนาคารกลางนั้น ท่านผู้อ่านได้ทำความเข้าใจจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของธนาคารกลางกันไปแล้ว โดยไล่เรียงตั้งแต่ยุคสมัยแรก คือ ก่อนมีและกำเนิดธนาคารกลางยุคที่สอง คือ ช่วงการริเริ่มบทบาทของธนาคารกลาง ยุคที่สามคือ เป็นธนาคารกลางเต็มรูปแบบไปจนถึงยุคที่สี่ คือ ธนาคารกลางในสมัยปัจจุบัน มาวันนี้เป็นบทความตอนที่ 3 ซึ่งจะได้สำรวจความท้าทายสำคัญๆในภาพรวมที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศในฐานะผู้ดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนต้องเผชิญในปัจจุบันและระยะต่อไปจากทรรศนะส่วนตัวของผู้เขียน ดังต่อไปนี้ครับ

ความท้าทายแรก คือ การสะสมความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากช่วงวิกฤติโควิด–19 อย่างที่ท่านผู้อ่านอาจทราบอยู่แล้วว่า วิกฤติโควิดได้สร้างบาดแผลระยะยาวไว้ให้กับเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจ หนี้สาธารณะ ซึ่งซ้ำเติมความเปราะบางที่มีอยู่แล้วในหลายประเทศตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 และสามารถเป็นระเบิดเวลาที่อาจปะทุลุกลามเป็นวิกฤติการเงินได้ นับเป็นความท้าทายสำคัญของธนาคารกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆในการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติขึ้น

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน (Disruptive Technology) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ ที่เอื้อให้เกิดระบบการเงินแบบไร้ตัวกลาง (Decentralized Finance : DeFi) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นำมาซึ่งโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มากมาย แต่อีกด้านหนึ่งก็นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน และการสูญเสียนโยบายการเงินซึ่งเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นหรือชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจในยามจำเป็น ธนาคารกลางจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยงดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น (Climate Shock) ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่แปรปรวน และภัยพิบัติที่รุนแรง ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้หลายช่องทาง สิ่งเหล่านี้สร้างความท้าทายต่อธนาคารกลางในการพยากรณ์เศรษฐกิจ และการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน เพราะภัยพิบัติจะส่งผลให้เกิดความขาดแคลนต่อสินค้าต่างๆ ปัญหาระยะสั้นด้านอุปทานอาจนำไปสู่แรงกดดันระยะยาวด้านอุปสงค์ ซึ่งจะซ้ำเติมให้เกิดปัญหาภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูงและรุนแรงขึ้น (Geopolitical Risk) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะคาดการณ์ได้ยาก โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อราคาพลังงานโลก สร้างความท้าทายให้แก่การประเมินภาวะเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกในการดูแลเสถียรภาพด้านราคา

การเข้าสู่สังคมที่ “แก่ก่อนรวย ป่วยก่อนตาย” หลายประเทศได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ โดยผู้คนส่วนใหญ่มีช่วงชีวิต (life span) ที่ยาวนานขึ้น แต่ช่วงสุขภาพ (health span) ไม่ยาวนานตามจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงจึงเพิ่มขึ้น ขณะที่ขาดความมั่นคงทางการเงิน (wealth span) คือ มีกำลังทรัพย์ไม่เพียงพอในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจและการวางแผนทางการเงิน จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ธนาคารกลางอาจเข้ามาช่วยได้ในเรื่องการปลูกฝังความรู้ทางการเงินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่ามีความท้าทายอยู่มากทั้งในปัจจุบันและอนาคต แล้วธนาคารกลางจะทำอย่างไร? จะวิวัฒน์พัฒนาบทบาทของตนเองอย่างไร? และสรุปแล้วธนาคารกลางจำเป็นต้องมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจการเงินหรือไม่? หาคำตอบได้ในบทความหน้าซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของซีรีส์นี้ครับ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ