
นางรัชนี นพเมือง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น 0.15-0.50% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีเพิ่มขึ้น 0.40% ต่อปี เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ย ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี เพิ่มขึ้น 0.375% ต่อปี และเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ย ลูกค้ารายย่อยชั้นดี เพิ่มขึ้น 0.30% ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.นี้
นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ กนง.จาก 0.25% ไปสู่ระดับ 1.0% ทำให้ธนาคารพาณิชย์ ปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม โดยรอบนี้ดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้จะปรับขึ้น 0.125-0.25% หลังจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ของ กนง.รอบที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นห่วงคุณภาพสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด อาทิ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อจำนำทะเบียน เนื่องจากในช่วงโควิด-19 เชื่อว่าภาระหนี้ต่อรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการยืดเวลาชำระหนี้ เพื่อลดภาระให้กับลูกค้าและไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)
“ในปีหน้าเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์คงปรับเพิ่มขึ้นไม่มากอยู่ในกรอบ 2.90-3.10% ของสินเชื่อรวม จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.88% ของสินเชื่อ และเชื่อว่าจะไม่เกิดสถานการณ์หน้าผาเอ็นพีแอล แต่ธนาคารต้องเร่งปรับโครงสร้างหนี้ และบริหารจัดการหนี้เชิงรุกมากขึ้น และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่า กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า แบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนค่าเงินบาทจนถึงสิ้นปียังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า”
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับลูกค้าจนถึงปลายปีนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน แม้ทำให้ ธอส.สูญเสียรายได้ไป 1,900 ล้านบาท โดยปีหน้า ธอส.จะทยอยปรับอัตราดอกเบี้ย คือจะทยอยปรับตารางผ่อนในไตรมาส 1 ของปีหน้า คาดว่าหากมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ลูกค้าของ ธอส. จะได้รับผลกระทบหลักพันบัญชี แต่หากปรับขึ้นเป็น 0.50% มีลูกค้าได้รับผลกระทบหลักหมื่นบัญชี แต่ ธอส.จะบริหารจัดการได้ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเป็นลูกค้าเงินกู้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท การปรับอัตราชำระหนี้ก็จะไม่ได้เพิ่มสูงมาก คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ 5,000 ล้านบาท.