
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิตของลูกค้า โดยเกิดจากกลุ่มมิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอย ทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีระบบยืนยันตัวตนก่อนทำรายการ สมาคมได้ร่วมกับสำนักงานระบบการชำระเงิน ศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT), ชมรมธุรกิจบัตรเครดิตและชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริตภายใต้สมาคม เพื่อวางมาตรการป้องกัน และให้ความรู้กับประชาชนถึงภัยไซเบอร์
ทั้งนี้ ยังมีกลุ่มมิจฉาชีพพยายามแสวงหาวิธีการต่างๆมาหลอกลวงประชาชน ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง SMS Email Facebook Line และเว็บไซต์ปลอม สมาคมจึงได้รวบรวมแนวทางการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ที่จะช่วยให้ทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย ประกอบด้วย 1.ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์กับร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ 2.พยายามหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมการเงิน หรือไม่ผูกข้อมูลบัตรเครดิตกับร้านค้าออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มที่ไม่มีระบบการยืนยันตัวตนด้วย OTP หรือที่ไม่ใช้เทคโนโลยี 3D Secure 3.ไม่ส่งต่อ OTP ให้กับบุคคลอื่น ไม่ว่ากรณีใดๆ 4.ตั้งรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดาในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ 5.ไม่ใช้รหัสผ่านร่วมกันในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ และร้านค้าออนไลน์ 6.ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัญชี หมายเลขบัตรเดบิต บัตรเครดิต เลขท้ายหลังบัตรเครดิต (CVV) แก่บุคคลอื่น (ธนาคารไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลลูกค้าผ่านโทรศัพท์ SMS และโซเชียลมีเดีย)
7.ปรับวงเงินชำระสินค้า ให้เหมาะสมกับการทำธุรกรรมการเงิน ในโลกออนไลน์ หรือปรับวงเงินชำระสินค้าเป็นศูนย์ชั่วคราว หากยังไม่มีความต้องการ จะใช้ชำระค่าสินค้า 8.สังเกตการแจ้งเตือนบัญชี เงินเข้า-เงินออก จากธนาคาร และการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต อย่างสม่ำเสมอ 9.หากพบรายการบัญชีผิดปกติ ควรติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรทันที หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามผ่านช่องทางบริการต่างๆของธนาคาร หรือธนาคารแห่งประเทศไทย 10.ติดตามข่าวสารจาก TB-CERT และช่องทางที่เป็นทางการของธนาคาร
“ขอให้ลูกค้าดำเนินการตาม 10 ข้อแนะนำอย่างสม่ำเสมอ หากพบรายการผิดปกติให้ติดต่อธนาคารทันที โดยธนาคารพร้อมให้บริการที่ดีและมีความรับผิดชอบ”.