
(ดร.ฐิติมา ชูเชิด ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย)
การประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯชุดใหญ่ช่วง มี.ค.64 และความคืบหน้าเร่งฉีดวัคซีนในหลายประเทศ เป็นข่าวที่นักลงทุนในตลาดการเงินโลกให้ความสนใจกันมากว่าโลกคงจะฟื้นจากวิกฤติโควิดได้เร็วขึ้น จนเป็นเหตุให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นบ้างในช่วงสั้นๆ วันนี้เลยอยากชวนท่าน ผู้อ่านมาย้อนรอยสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อดูว่าถ้า สหรัฐฯหรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วฟื้นตัวก่อนใครได้จริงจะทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวกระทบประเทศอื่นอย่างไร
ข่าวประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และประกาศเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้ 70% ของประชากรก่อนวันชาติสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนใน ตลาดการเงินโลกเริ่มมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแววฟื้นตัวเร็วขึ้น เม็ดเงินอัดฉีดทางการคลังน่าจะทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งแรงได้จนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องเปลี่ยนมาใช้นโยบายการเงินตึงตัวเพื่อคุมเงินเฟ้อ เช่น ขึ้นอัตราดอกเบี้ย มุมมองตลาดการเงินต่ออัตราเงินเฟ้อคาดการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ ขอกู้เพิ่มมากเช่นนี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (bond yields) สหรัฐฯ ระยะยาวสูงขึ้นเร็ว แต่หลังจาก Fed สื่อสารว่า ยังไม่กังวลเรื่องเงินเฟ้อและจะคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย ช่วยให้ตลาดการเงินวางใจขึ้น bond yields สหรัฐฯปรับลดลงเล็กน้อยและทรงตัวได้ เราสามารถสรุปสิ่งที่น่าสนใจจากเหตุการณ์นี้ได้หลายประเด็น เช่น
1.Bond yields สหรัฐฯ สูงขึ้นเร็วกระทบประเทศอื่นอย่างไร? ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีนี้ bond yields สหรัฐฯ ระยะยาวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1.7% (+80bps จากสิ้นปีก่อน) ส่งผลให้ bond yields ประเทศอื่นสูงขึ้นตาม บางประเทศปรับสูงขึ้นแรงยิ่งกว่าเช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จนบางธนาคารกลางต้องเข้าไปดูแลไม่ให้ bond yields สูงขึ้นแรงและเร็วมากจนกระทบต้นทุนการออกตราสารหนี้ภายในประเทศ สำหรับ bond yields ไทยระยะยาว ปรับเพิ่มตาม +67 bps มาอยู่ที่ 1.95% ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 แต่ยังดีที่ผลกระทบต่อไทยมีจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะภาคเอกชนไทยเกือบ 90% ยังระดมทุนผ่านสินเชื่อ หลังจากนั้น bond yields ไทยระยะยาวปรับลดลงมาเล็กน้อยและทรงตัวเช่นเดียวกับของสหรัฐฯ หลัง Fed สื่อสารผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปอีกพักใหญ่
2.เหตุการณ์นี้ทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้นแค่ไหน? IMF เผยแพร่ในรายงาน Global Financial Stability Report เดือน เม.ย.64 สะท้อนว่า ดัชนีภาวะการเงิน (FCI) ของกลุ่มประเทศ ส่วนใหญ่ผ่อนคลายน้อยลงไปบ้างจากเหตุการณ์ bond yields สหรัฐฯ ระยะยาวสูงขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ ในระดับที่ผ่อนคลายอย่างมาก หากเทียบกับช่วงต้นปี 2563 ที่ตลาดการเงินโลกเริ่มได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกแรก
3.เหตุใดจึงควรจับสัญญาณภาวะการเงินโลกตึงตัวให้ดี? จะเห็นว่าประเทศส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ จาก bond yields สหรัฐฯระยะยาวเร่งขึ้นกะทันหัน ทำให้ต้นทุนการออกตราสารหนี้ระยะยาวในประเทศแพงขึ้น ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากโควิด ที่สำคัญคือประเทศกำลังพัฒนาล้วนมีบทเรียนจากภาวะการเงินโลกตึงตัวช่วง Taper Tantrum ปี 2556 ซึ่ง Fed ประกาศลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินกะทันหัน ทำให้นักลงทุนตกใจโยกเงินทุน เคลื่อนย้ายออกจากตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นประเทศต่างๆที่มีเสถียรภาพต่างประเทศไม่เข้มแข็ง เช่น ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง กู้ต่างประเทศมาก เงินสำรองฯน้อย จะเผชิญปัญหาค่าเงินอ่อนและราคาสินทรัพย์ลดลงได้มาก
ประเทศเศรษฐกิจหลักอาจฟื้นตัวก่อนในโค้งสุดท้าย หากนโยบายบริหารจัดการโควิดสำเร็จเร็วกว่าข่าวดีของ ประเทศยักษ์ใหญ่อาจทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น ทั้งที่เศรษฐกิจยังไม่พร้อม จึงน่าติดตามการสื่อสารทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักให้ดี เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมตั้งรับให้ทันได้ค่ะ.