ครวญ ธปท.ใช้ยาแรงคุมหนี้! กระทบชาวบ้านต้องการเงิน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ครวญ ธปท.ใช้ยาแรงคุมหนี้! กระทบชาวบ้านต้องการเงิน

Date Time: 7 ส.ค. 2562 08:39 น.

Summary

โอดครวญ ธปท.ใช้ยาแรง คุมเข้มหนี้ครัวเรือน คาดไตรมาส 4 กำหนดปล่อยกู้กลุ่มรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 3 หมื่นบาท ไม่เกิน 70% ส่งผลให้ลูกค้าใหม่ 15%

Latest

ถอดประสบการณ์ โค้ชหนุ่ม-ซีเค เจิง จาก “ความจำเป็น” สู่ “บทเรียนการเงิน”

โอดครวญ ธปท.ใช้ยาแรง คุมเข้มหนี้ครัวเรือน คาดไตรมาส 4 กำหนดปล่อยกู้กลุ่มรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 3 หมื่นบาท ไม่เกิน 70% ส่งผลให้ลูกค้าใหม่ 15% ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบุคคลได้ ยืนยันผลกระทบรุนแรงกว่ามาตรการคุมเข้มบัตรเครดิต

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูเมอร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะบังคับใช้เกณฑ์ควบคุมการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท โดยกำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ หรือดีเอสอาร์ ไม่เกิน 70% ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินพร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ของ ธปท. แต่เท่าที่ประเมินกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายใหม่ ไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ 15% ของผู้ยื่นของสินเชื่อ และเมื่อไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ หากลูกค้าในกลุ่มนี้ต้องการใช้เงิน ก็ต้องถามว่าไปกู้ยืมที่ไหน

“ที่ผ่านมามีความพยายามนำหนี้นอกระบบกลับเข้ามาสู่ระบบให้มากขึ้น มีการสนับสนุนปล่อยเงินกู้ผ่านพิโกไฟแนนซ์ นาโนไฟแนนซ์ซึ่งเป็นธรรมดาเมื่อดึงเงินกู้นอกระบบเข้ามาในระบบ หนี้ภาคครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบระหว่างมาตรการควบคุมบัตรเครดิตและมาตรการกำหนดดีเอสอาร์รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนว่ามาตรการไหนมีความรุนแรงมากกว่ากันนั้น นายฐากร กล่าวว่า การควบคุมบัตรเครดิต ไม่กระทบจำนวนลูกค้า เพราะควบคุมไม่ให้ถือบัตรเครดิตได้เกินกี่ใบ ทำให้ไม่สามารถออกบัตรเครดิตใหม่ให้กับลูกค้ารายเดิมที่ถือบัตรเครดิตสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้ แต่ในส่วนของดีเอสอาร์กระทบต่อจำนวนลูกค้า ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อส่วนบุคคลได้ และจะส่งผลให้ช่วงครึ่งปีหลัง การปล่อยสินเชื่อบุคคลจะแผ่วลง โดยปีนี้มียอดปล่อยสินเชื่อบุคคลใหม่อยู่ที่ 85,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% จากปีก่อน หลังจากช่วงครึ่งปีแรก ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 50,000 ล้านบาท เติบโต 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายฐากรกล่าวอีกว่า ในส่วนของบัตรเครดิต ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เพิ่มขึ้น ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเพิ่มจากพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ใช้เงินสดเปลี่ยนมาใช้บัตรเครดิตแทน หมวดที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดโรงพยาบาล ประกัน และน้ำมัน ขณะที่การควบคุมคุณภาพหนี้นั้น สถาบันการเงินและผู้ให้บริการ ได้ปรับตัวป้องกันความเสี่ยงจากหนี้เสียอยู่แล้ว เห็นได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ที่มีความเสี่ยงสูง ก็ขยับไปจับกลุ่มรายได้ต่อเดือนที่ 20,000 บาทขึ้นไปหรือคุมเข้มจากเดิมมีการตรวจสอบเครดิตบูโร นอกจากนี้ ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนของกรุงศรี มาจากการเติบโตจากต่างจังหวัด หลังเทสโก้โลตัส โฮมโปร และเซ็นทรัล ขยายสาขาไปต่างจังหวัดมากขึ้น โดยสัดส่วนการใช้จ่ายในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นมาเป็น 55% ส่วนกรุงเทพฯ 45% โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 165,000 ล้านบาท โต 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ