
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือ เวียนถึงธนาคารพาณิชย์ บริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทเงินทุน บริษัทผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เรื่องขอความร่วมมือให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก
มีเนื้อหาระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบสาธารณภัย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง และ ธปท.ได้รับทราบว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจหลายแห่งได้มีการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ส่วนนี้แล้ว แต่เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจโดยทั่วกัน และประชาชนให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากทุกสถาบันตรงกัน ธปท.จึงได้ออกหนังสือฉบับนี้เพื่อขอความร่วมมือให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยดังกล่าวตามความจำเป็นและความเหมาะสม
โดยในกรณีแรก การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง ทางตรงและทางอ้อมนั้น ธปท.ขอให้ดูแลและพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น การให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และ/หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้
กรณีที่ 2 สถาบันการเงินและนอนแบงก์ยังสามารถพิจารณาลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบให้ต่ำกว่ายอดชำระขั้นต่ำที่อัตรา 10% ของวงเงินค้างชำระได้ โดยให้ดำเนินการได้จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.62 ทั้งนี้ ในกรณีการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบสาธารณภัยนี้ ธปท.จะมีการผ่อนปรนเงื่อนไขการจัดชั้นหนี้และการรายงานให้ โดยในกรณีที่มีการช่วยเหลือ เช่น การให้สินเชื่อใหม่ในอัตราพิเศษ ลดวงเงินต้น และดอกเบี้ย หรือผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ครอบคลุมการผ่อนผันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือขยายวงเงินการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้กลุ่มนี้นั้น ธปท.ให้สามารถคงสถานะการจัดชั้นลูกหนี้ไว้ที่สถานะเดิมก่อนเกิดเหตุสาธารณภัย และให้ถือว่าหากมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ถือว่า เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ทั่วไปตามปกติ.