
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีในช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย หรือ สกท. และ สภาเครือข่ายองค์กรเกษตรแห่งประเทศไทย ประมาณ 400-500 คน เดินทางมาชุมนุมที่กระทรวงการคลัง พร้อมเดินสายไปชุมนุมที่หน้าธนาคารพาณิชย์สำนักงานใหญ่หลายธนาคาร โดยเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ และลดเงินต้นลง 50% สำหรับลูกหนี้ที่มีมูลหนี้เกินกว่า 2.5 ล้านบาททุกราย เพื่อช่วยเหลือปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ซึ่งการหารือระหว่างสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ได้ข้อยุติธนาคารพาณิชย์ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย วงเงินกู้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามมาตรการเดิมที่ตกลงให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร ตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา
นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวภายหลังการเข้าพบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้นำหลักเกณฑ์การชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่มีข้อตกลงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยก่อนหน้านี้ไปยื่น รมว.เกษตร รับทราบ โดยลูกหนี้ที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ภายใน 31 ธ.ค.60 เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้านบาท และมีวัตถุประสงค์กู้ยืมเพื่อการเกษตร ให้ชำระหนี้เงินต้นกับธนาคารสมาชิกเจ้าหนี้ 50% พร้อมยกหนี้ส่วนที่เหลือให้ อีกทั้งให้ชะลอการดำเนินการทางกฎหมายจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.62 ช่วยให้เกษตรกรยังคงมีที่ดินทำกินต่อไป ซึ่งเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกรรายย่อยได้เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
ส่วนข้อเรียกร้องของลูกหนี้เกษตรเพิ่มเติมที่มาเรียกร้องในครั้งนี้ให้ธนาคารสมาชิกรับชำระหนี้เงินต้น 50% ทุกวงเงิน พร้อมยกหนี้ส่วนที่เหลือให้ พิจารณาเห็นว่าลูกหนี้เกษตรกรที่มีเงินต้นเกิน 2.5 ล้านบาท เป็นลูกหนี้ที่ธนาคารสมาชิกได้ดูแลช่วยเหลือพิเศษเป็นรายกรณีอยู่แล้ว ซึ่งมีเพียงไม่กี่ราย และบางรายมีเงินต้นจำนวนมาก เกินกว่าการเป็นเกษตรกรรายย่อย.