
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่ราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันเครื่องยนต์ จาระบี ล้อยาง มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิม สมาพันธ์จึงจะจัดประชุมสหพันธ์ ในวันที่ 28 เม.ย. เพื่อลงมติว่าจะปรับขึ้นค่าขนส่งหรือไม่ แม้ว่าขณะนี้สหพันธ์ได้แจ้งลูกค้าแล้วว่าอาจต้องปรับขึ้นค่าขนส่ง ทั้งนี้สาเหตุที่ต้นทุนการดำเนินงานของสมาชิกสหพันธ์ปรับเพิ่มขึ้นยังมาจากปัญหาจราจรติดขัดในท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย), ท่าเรือแหลมฉบัง และสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง ส่งผลให้รถบรรทุกต้องเสียเวลา 6-10 ชั่วโมงต่อเที่ยวและทำรอบได้เพียง 1 เที่ยวต่อวัน ฯลฯ
“ก่อนหน้านี้ สหพันธ์ได้เสนอปัญหาดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรัฐบาลช่วยแก้ไขแล้ว โดยได้เสนอมาตรการแก้ไข 3 ขั้น คือขั้นที่ 1 เป็นการปรับขึ้นค่าขนส่ง 1,000 บาทต่อเที่ยวในเส้นทางท่าเรือคลองเตย, ท่าเรือแหลมฉบัง และไอซีดีลาดกระบัง คิดเป็นเพิ่มขึ้น 5-10% จากราคาเดิม”
นายทองอยู่กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่แก้ปัญหาเรื่องจราจรติดขัดและราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับขึ้น ก็ต้องปรับขึ้นค่าขนส่ง 1,000 บาทต่อเที่ยว เป็นค่าเสียเวลารอสินค้า ถ้าปรับขึ้นจริงก็ต้องเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ ส่วนมาตรการขั้นที่ 2 คือ การกดดันรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาจราจรติดขัดในท่าเรือคลองเตย, ท่าเรือแหลมฉบัง และไอซีดีลาดกระบัง และขั้นที่ 3 อาจต้องออกมาประท้วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหพันธ์มีสมาชิกเป็นสมาคมขนส่งรวม 18 แห่งและมีความสำคัญต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าของประเทศอย่างมาก เพราะประเทศไทยขนส่งสินค้าทางบกถึง 88% โดยสหพันธ์เคยประกาศขึ้นค่าขนส่งครั้งสุดท้ายเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา.