
"ซีไอเอ็มบี ไทย" รับสินเชื่อรายย่อยปีนี้ต่ำกว่าเป้า จากมาตรการแบงก์ชาติคุมเข้ม เผยปีหน้าทยอยปิดสาขานอกห้าง เปลี่ยนย้ายทำเลสาขา ตอบโจทย์ลูกค้า จับมือ SPAR ในปั๊มบางจากย่านราชพฤกษ์ ผุดสาขาย่อยในซุปเปอร์มาร์เก็ต รุกชุมชนนอกเมือง...
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มองแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในปีหน้าว่า มีสัญญาณที่ดีขึ้นตามภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโต 3-4% และภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบจะขยายตัว 5-10% ขณะที่สินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้น ตามแนวโน้มเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ แต่การแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ซึ่งกระทบกับลูกค้าบางกลุ่ม
ส่วนภาพรวมการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยในปีนี้ เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายมาอยู่ที่ราว 7% จากที่ตั้งไว้โต 10% ผลมาจากมาตรการควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งผลให้ความต้องการใช้สินเชื่อบุคคลเกิดภาวะชะลอตัวลง โดยเห็นภาพชัดเจนในไตรมาส 4/60 ซึ่งปกติเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้สินเชื่อบุคคลมากที่สุดของปี ส่งผลกดดันการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยในภาพรวม เติบโตได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ขณะที่ธุรกิจสาขาของธนาคารในปี 61 จะเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนทำเลของสาขาในบางทำเล ที่มีการย้ายมาในทำเลที่มีศักยภาพและตอบโจทย์การให้บริการของธนาคารมากขึ้น อย่างต้นปี 61 จะมีการปิดสาขาที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า และย้ายมาเปิดในห้างสรรพสินค้าในทำเลใกล้เคียงกัน นอกจากนี้มองว่าการเปิดสาขาในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นโมเดลที่น่าสนใจ เป็นความต่างที่ชัดเจนในการเข้าถึงลูกค้าและชุมชน
ทั้งนี้ได้จับมือกับ SPAR ผู้ให้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ตในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เปิดสาขาย่อยราชพฤกษ์ โดยเปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. ให้บริการเปิดบัญชี ฝากเงิน สมัครสินเชื่อ และโอนเงินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการปั๊มน้ำมัน และจับจ่ายซื้อของในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยให้กับกลุ่มลูกค้าที่อยู่นอกเมือง
นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสาขาในปั๊มน้ำมัน น้อยกว่าสาขาในห้างสรรพสินค้า โดยสาขาในปั๊มน้ำมันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 1-2 แสนบาท ส่วนสาขาในห้างสรรพสินค้ามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน 1-2 ล้านบาท คาดว่าหากสาขาในซุปเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะขยายเพิ่มอีก 10-30 สาขา เพื่อพัฒนาการให้บริการลูกค้าด้วยความเข้าใจ และตอบโจทย์หลักทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ง่าย รวดเร็ว และเป็นการส่งมอบบริการในจุดที่ดิจิตอลยังเข้าไม่ถึง รวมถึงการปรับลดขนาดและรูปแบบลงมาเป็นการผสมผสานระหว่างดิจิตอลแบงก์กิ้งและธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ.