4 ตัวเลขการเงิน ไม่ติดกับดักหุ้นถูก

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

4 ตัวเลขการเงิน ไม่ติดกับดักหุ้นถูก

Date Time: 30 ต.ค. 2569 04:00 น.

Video

กู้ออนไลน์เบี้ยวหนี้ง่าย? เจาะตลาดสินเชื่อดิจิทัล 2026 | Money Issue EP.81

“Summary“

เปิดเทคนิคสแกนหาหุ้นถูกปี 2026 สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ด้วย 4 ตัวเลขสำคัญ P/E, P/BV, PEG และปันผล ป้องกันการติด "กับดักหุ้นถูก" เน้นลงทุนหุ้นคุณภาพในราคาเหมาะสม สร้างกำไรอย่างยั่งยืน

Latest


“ของถูกและดี” ใครๆก็อยากได้ ยิ่งในโลกการลงทุน ยามที่ตลาดหุ้นผันผวน การสแกนหาหุ้นราคาถูก ถือเป็นเป้าหมายของนักลงทุน แต่การมองหาของถูกด้วยความไม่เข้าใจ หรือดูเพียงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว อาจพาเราไปติด “กับดักหุ้นถูก” โดยไม่รู้ตัว

เพราะระดับ Valuation ที่ดูต่ำในปัจจุบัน อาจเป็นผลมาจากแนวโน้มผลประกอบการในอนาคตที่กำลังลดลง มากกว่าจะสะท้อนโอกาสจากการซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

คุณนายพารวยได้อ่านบทความในเว็บไซต์ SET Investnow เรื่อง “สแกนหาหุ้นถูก ปี 2026 จากตัวเลขอะไรดี มือใหม่ก็ทำได้” โดยทีมกลยุทธ์การลงทุน บล. เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อธิบายวิธีคัดกรองหุ้นผ่าน 4 ตัวเลขทางการเงิน ที่เป็นอัตราส่วนทางการเงินพื้นฐานมาใช้ร่วมกัน ได้แก่ P/E, P/BV, PEG และ Dividend Yield เลยอยากหยิบมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

เริ่มจาก P/E Ratio หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ที่หลายคนมักมองว่า P/E ต่ำ แปลว่าหุ้นถูก แต่ในความเป็นจริง ยกตัวอย่างหุ้น A และ หุ้น B ที่มี Forward P/E เท่ากันที่ 6 เท่า อาจมีความน่าสนใจต่างกัน หากหุ้น A มีกำไรเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพ แบบนี้นับว่าน่าสนใจ ในทางกลับกัน หุ้น B แม้มี P/E 6 เท่า แต่ถ้ากำไรปีหน้าคาดว่าลดลง 10% (เช่น กำไรต่อหุ้นลดจาก 10 บาท เหลือ 9 บาท โดยราคาหุ้นเท่าเดิม) P/E จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6.7 เท่าทันที P/E ที่ต่ำ หุ้น B จึงอาจกลายเป็นกับดักหุ้นถูกแทน

ตัวเลขต่อมาคือ P/BV Ratio ที่นิยมใช้วัดราคาหุ้น (price) เทียบกับมูลค่าทางบัญชี (Book value per share) หรือทรัพย์สินหักหนี้สินต่อหุ้น การที่ P/BV อยู่ที่ 0.8 เท่า แปลว่าเราจ่ายเงินเพียง 0.80 บาท เพื่อซื้อมูลค่าทางบัญชี 1 บาท แต่ P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าบริษัทนำเงินทุนไปสร้างผลตอบแทนได้ดีแค่ไหน จึงต้องดูควบคู่กับอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE (Return on Equity) เสมอ หากหุ้น A และ B ซื้อขายที่ P/BV 0.8 เท่ากัน แต่หุ้น A ทำ ROE ได้ 15% ขณะที่หุ้น B ทำได้เพียง 5% มูลค่าทางบัญชีของหุ้น A ย่อมมีคุณภาพดีกว่าและน่าสนใจมากกว่าอย่างชัดเจน

ส่วนการเปรียบเทียบความเหมาะสมของราคาหุ้นกับการเติบโต ต้องยกให้ตัวเลขที่สาม PEG Ratio (คำนวณจาก P/E ÷ อัตราการเติบโตของกำไร) หุ้นบางตัวแม้จะมี P/E สูง แต่ถ้ากำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ก็จะมีค่า PEG ต่ำ ซึ่งสะท้อนว่า Valuation ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ

และตัวเลขที่สี่ นั่นคือ Dividend Yield หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ต้องระวังว่า Yield ที่สูงอาจไม่ได้เกิดจากบริษัทจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น แต่เกิดจาก “ราคาหุ้นที่ปรับลดลงหนัก” (เช่น จ่ายปันผล 4 บาท ราคา 100 บาท ได้ Yield 4% แต่ถ้าราคาหุ้นร่วงเหลือ 50 บาท Yield จะเด้งเป็น 8% ทันที)

“คุณนายพารวย” อยากชวนพวกเรานำตัวเลขทั้ง 4 นี้มาใช้เป็น 4 ขั้นตอนสแกนหุ้นเข้าพอร์ต เริ่มจาก 1.คัดกรอง P/E เพื่อดูระดับ Valuation ที่เหมาะสมและมีแนวโน้มกำไรเติบโต 2.ประเมินคุณภาพด้วย P/BV + ROE เพื่อมองหาหุ้น P/BV ต่ำที่มี ROE สูง 3. ใช้ PEG เปรียบเทียบ Valuation กับการเติบโต เพื่อดูความคุ้มค่า และ 4.ตรวจสอบ Dividend Yield ว่ามาจากปันผลที่เพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่ราคาหุ้นที่ต่ำลง

ท้ายที่สุด การลงทุนที่ดีไม่ใช่เป็นการซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำที่สุด แต่เป็นการเลือกซื้อธุรกิจที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล เพราะหุ้นราคาถูก อาจทำให้เราจ่ายเงินน้อยในวันนี้ แต่หุ้นที่มีคุณภาพและซื้อในราคาที่เหมาะสมต่างหาก ที่มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งให้เราในวันข้างหน้า ขอให้นักลงทุนสนุกกับการเรียนรู้และสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนค่ะ.

คุณนายพารวย

คลิกอ่านคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ