
ธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง เช่น กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงไทย, กรุงศรี, ทีทีบี, ไทยเครดิต และซีไอเอ็มบี ไทย ออกมาตรการช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
“เมืองจมบาดาล” กลายเป็นพาดหัวข่าวที่เห็นได้ทั่วไป หลังจากศุกร์ 25 ก.ย. 2569 เกิดฝนตกต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน จนมีน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายพื้นที่ อย่างถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พระราม 9 ลาดพร้าว ดอนเมือง และอื่นๆ เรียกว่าทั้งกรุงเทพชั้นใน รอบเมืองไปจนถึงจังหวัดข้างเคียงอย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ เจอผลกระทบกันถ้วนหน้า
นอกจากนี้รถและบ้านที่เจอผลกระทบจากน้ำท่วม ยังกระทบวิถีการทำงานและการหารายได้ของประชาชน ในช่วงเวลาแบบนี้ “หนี้” ยังเดินไม่หยุด ภาคธนาคารพาณิชย์จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ Thairath Money รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว
ธนาคารกรุงเทพ
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ได้ที่สาขา สำนักธุรกิจ และสายบัตรเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbank.com และคอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ 0 2645 5555
ทั้งนี้ ทางธนาคารกรุงเทพ ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าแต่ละกลุ่ม คือ
1. ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ
- ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
- สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการ และฟื้นฟูกิจการ
- สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี* หลังจากนั้นคิดไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี*ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
2. ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ทางธนาคารจะพิจารณาความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ
บัตรเครดิต เช่น
- ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ขั้นต่ำ (Min Pay) จากอัตราปกติลง 3% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 - 12 เดือน
- ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% ไม่เกิน 3 รอบบัญชี หรือสูงสุดไม่เกิน 90 วัน
- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
- ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ เช่น
- สินเชื่อเงินกู้บัวหลวงสุขใจ: ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3 - 6 เดือน
- สินเชื่อหมุนเวียนบัวหลวงอุ่นใจ: ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 - 6 เดือน
สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันและสินเชื่อส่วนบุคคล เช่น
- ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% (ชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวนและชำระเงินต้นบางส่วน) เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 - 12 เดือน
- ผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม และลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 - 6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 - 6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 70% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน โดยดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจะตั้งพักเอาไว้
สำหรับลูกค้าใหม่ ธนาคารเตรียมสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุด 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกันตามเงื่อนไขของธนาคาร
เป็นแบงก์พาณิชย์แห่งแรกที่ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าในรอบนี้ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ทางเจ้าหน้าที่สาขา เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์หรือ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 – 31 ธันวาคม 2569
มาตรการพักชำระหนี้สำหรับลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร
กลุ่มลูกค้าบุคคล และลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ SSME
- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย: ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารมอบความช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 3 เดือน (พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)
- สินเชื่อรถยนต์: ธนาคารมอบความช่วยเหลือ พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน โดยขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไปตามจำนวนงวดที่พักชำระ สูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ ณ สิ้นสุดสัญญาไม่เกิน 65 ปี)
- สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ: ธนาคารมอบความช่วยเหลือ พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน (พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)
กลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี
- พักชำระเงินต้น สูงสุดนาน 6 เดือน
- พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 3 เดือน
- เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท
สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน สำหรับลูกค้าใหม่
สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up))
ฟรี ค่าประเมินหลักประกัน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์ (ลูกค้าต้องทำการประเมินหลักประกัน ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี
วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง/ซ่อมแซม/หรือซื้อทดแทน ทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ ให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.0% เฉพาะ 2 ปีแรก หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามวงเงินเดิม
ทางธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569
กลุ่มลูกค้าบุคคล (ติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888) ได้แก่
1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
3. บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน (ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999)
กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (ติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822)
- วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569
ส่วนลูกค้าประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สินที่ซื้อผ่านธนาคารกสิกรไทย รับประกันภัยโดย บมจ. เมืองไทยประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถแจ้งเคลมประกัน ผ่าน 3 ช่องทาง คือ
1. Line OA: @mtifriend
2. email: EMC_Motor@muangthaiinsurance.com
3. Call center โทร. 1484
หรือแจ้งความประสงค์ผ่านแบบฟอร์มออนไลน์: https://bit.ly/4hqM2UK
เงื่อนไขในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องโดยลูกค้าต้องแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 69 – 31 ธ.ค. 69 โดยลูกค้าต้องยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ (ติดต่อที่ 0-2111-1111)
มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน
สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan)
- ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน และหลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี)
สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan)
- ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
สินเชื่อธุรกิจ SME
- มาตรการให้ความช่วยเหลือ เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น
โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงินและสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต
มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน
สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan)
- ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan)
- ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan)
- ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี 2 ปีแรก หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือ ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่
ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
ลูกค้ากรุงศรี ออโต้
- พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือและสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้
โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน 2569
ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้
มาตรการที่ 1: พักชำระหนี้ นานสูงสุด 3 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 รอบบัญชี ระหว่างเดือนตุลาคม 2569 ถึง ธันวาคม 2569 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 ตุลาคม 2569 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์
(ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
มาตรการที่ 2: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าทุกกลุ่มในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
ทีทีบี ออกมาตรการตั้งหลักช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในลูกค้าแต่ละกลุ่ม ได้แก่
ลูกค้าสินเชื่อบ้าน
- พักชำระเงินต้น นาน 3 เดือน (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) หรือขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก
ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์และรถแลกเงิน
- พักชำระค่างวดนานสูงสุด 3 เดือน
ลูกค้าสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต
- พักชำระหนี้ นาน 3 รอบบัญชี (ดอกเบี้ยคิดตามปกติ)
ลูกค้าธุรกิจ และ เอสเอ็มอี
- สินเชื่อระยะยาว จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน
- สินเชื่อหมุนเวียน จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน
- สินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน
ผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ “ตั้งหลัก” https://www.ttbbank.com/tang-luk ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2569 สำหรับลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอีสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี ได้โดยตรง
ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศในกลุ่มลูกหนี้ที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ: ลูกหนี้ทุกกลุ่มของ SME , MSME , Retail , Consumer และ Nano & Micro Finance
แนวทางการให้ความช่วยเหลือคือ ให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 2 เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 697 5454
ระยะเวลาสมัครเข้าร่วมโครงการ
- พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569
- พื้นที่อื่นๆ ภายใน 45 วัน นับจากวันที่ได้รับผลกระทบ
ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับลูกค้ารายย่อย 2 กลุ่ม
- สินเชื่อบ้าน (Home Loan) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน
- สินเชื่อบุคคล (Personal Loan) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน
ทั้งนี้ คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นลูกค้าที่ยังไม่เคยเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกับธนาคาร หรืออยู่ระหว่างได้รับความช่วยเหลือจากธนาคาร และมีความประสงค์สมัครเข้าร่วมมาตรการนี้แทนมาตรการช่วยเหลือเดิม อีกทั้ง ลูกค้าไม่ได้เป็นหนี้เสีย (NPL) ณ วันที่สมัครหรือลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ และภายหลังการลงทะเบียน ลูกค้าจะต้องแสดงข้อมูลหรือหลักฐานที่ยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม เช่น หลักฐานที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569
สุดท้ายนี้ สำหรับลูกค้าธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ แนะนำให้ติดต่อโดยตรงไปที่ธนาคารเพื่อ “ลงทะเบียน” และตรวจสอบว่าต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติมบ้าง เบื้องต้นควรเตรียม สำเนาบัตรประชาชน, รูปถ่าย/หลักฐานว่าได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม, ข้อมูลสินเชื่อที่ต้องการเข้าร่วมมาตรการ, เช็กกำหนดการจ่ายค่างวด เป็นต้น
สำหรับใครที่ติดต่อกับธนาคารไปแล้ว อยากให้เช็กกับธนาคารว่ามีกรอบเวลาในการอนุมัตินานแค่ไหน และพอดีกับกำหนดการชำระหนี้ของเราหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่เกิดช่องโหว่และต้องจ่ายดอกเบี้ยในส่วนที่จ่ายช้า
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney