
CLICX ธนาคารไร้สาขารายแรกของไทย สูตรผสม KTB-AIS-OR ชูแนวคิด "Bank in One CLICX" ด้วยฟีเจอร์ "เลือกเลขบัญชีเองได้"- "ออม-and-earn" เปิดจองเลขบัญชีเลือกเองได้ 2 มิ.ย. 69 นี้
ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คำว่า “Virtual Bank” หรือ “ธนาคารไร้สาขา” เป็นเรื่องที่ได้รับการกล่าวถึงในวงการการเงินไทย หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดทางให้มีผู้เล่นรูปแบบใหม่เข้ามายกระดับการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้ทั่วถึงมากขึ้น
ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว หลายฝ่ายจึงจับตาว่า ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกของประเทศ และโมเดลธนาคารยุคใหม่จะเปลี่ยนโฉมระบบการเงินไทยไปอย่างไร
โดยเฉพาะในวันที่ข้อมูลและเทคโนโลยี กลายเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการทางการเงิน ทำให้ Virtual Bank ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงแค่ธนาคารที่ไม่มีสาขา แต่คือการออกแบบระบบการเงินใหม่ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ชีวิตจริงของลูกค้าได้มากกว่าระบบเดิม
ล่าสุด “CLICX” (คลิกซ์) ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ KTB, AIS และ OR สร้างหมุดหมายครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมการเงินไทย หลังได้รับอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank จากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ขึ้นแท่น Virtual Bank รายแรกของประเทศ ได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ “Bank in One CLICX” พร้อมเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ในการยกระดับ FinTech ไทย ผ่านแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่ออกแบบจาก “พฤติกรรมชีวิตจริง” ของคนไทย
สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยกว่า 63% ยังอยู่ในกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างไม่เต็มศักยภาพ และยังมีคนไทยอีกกว่า 80% ที่มีเงินสำรองฉุกเฉินในการดำรงชีพได้ไม่เกิน 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือรายได้หยุดชะงักกะทันหัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตในปัจจุบัน
การเกิดขึ้นของ CLICX มีเป้าหมายต้องการวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ ที่ทำให้บริการการเงิน “เข้าถึงง่าย คล่องตัว และเท่าเทียม” มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่ระบบการเงินเดิมยังเข้าไม่ถึงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ แม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้จริง มีวินัยทางการเงิน และมีศักยภาพในการเติบโต แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ เพราะไม่มีเอกสารรายได้ตามเกณฑ์แบบดั้งเดิมผ่านการใช้ Data และเทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมจริงของผู้ใช้งาน ภายใต้หลัก PDPA และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ทั้งนี้จากฐานลูกค้ารวมของทั้ง 3 พันธมิตรในปัจจุบันมีมากกว่า 50 ล้านราย ทั้งจากฐานลูกค้าโทรคมนาคมของ AIS, ฐานผู้ใช้งาน Blue Plus ของ OR รวมถึงลูกค้าธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะกลายเป็นจุดแข็งสำคัญในการพัฒนา “Alternative Data” หรือข้อมูลทางเลือก เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงและศักยภาพทางการเงินของลูกค้า แทนการอ้างอิงเฉพาะสลิปเงินเดือนหรือเอกสารรายได้แบบเดิม
“แนวทางดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของ Virtual Bank ยุคใหม่ เพราะจะช่วยเปิดโอกาสให้คนที่เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากระบบเดิม สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย (NPL) ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึกจากข้อมูลการใช้ชีวิตจริงของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้จ่าย การเติมน้ำมัน การชำระค่าบริการ หรือการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวัน” สุพร กล่าว
สำหรับโมเดลธุรกิจ CLICX ระบุชัดว่า ไม่ได้ต้องการเข้ามา “ดิสรัปต์” ระบบธนาคารเดิม แต่ต้องการเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเติมเต็มระบบการเงินไทย โดยอาศัยข้อได้เปรียบของการเป็น Virtual Bank ที่ไม่มีต้นทุนสาขา ทำให้สามารถบริหารจัดการได้คล่องตัวกว่า และมีความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
สุพร กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเริ่มต้น CLICX จะเปิดตัวด้วย “บริการเงินฝาก” ภายใต้แนวคิด “ออม-and-earn” ซึ่ง กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชีเริ่มต้นที่ 0 บาท โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของ ธปท. แต่จะมีการออกแบบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับพันธมิตร ซึ่งออกแบบให้ลูกค้าเลือกผลตอบแทนได้เอง ไม่จำกัดเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากแบบดั้งเดิม แต่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจริง เช่น ออมเงินแล้วได้เน็ตฟรี ออมเงินแล้วได้ส่วนลดน้ำมัน หรือได้กาแฟฟรีจากเครือข่ายพันธมิตรของ OR และ AIS สะท้อนแนวคิดที่ว่า “ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดี ไม่ควรให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบ แต่ระบบต้องปรับตัวเข้าหาลูกค้า” ขณะที่ “บริการสินเชื่อ” จะทยอยเปิดตัวตามมาในเดือนถัดไป
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ CLICX เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการธนาคารไทย คือฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ลูกค้าสามารถเลือกเลขบัญชีธนาคารของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขตอง เลขมังกร เลขเสริมดวง หรือแม้แต่เลขให้ตรงกับเบอร์โทรศัพท์ โดยจะเริ่มเปิดให้ “จองเลขบัญชี” ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ในรูปแบบ First-come, First-served ไม่มีเลขซ้ำ ก่อนเปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเริ่มเปิดบัญชีอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ธนาคารยังยืนยันว่าระบบทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเข้มงวด ทั้งด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การบริหารความเสี่ยง และมาตรฐานการให้บริการ โดยมี Call Center และมีสำนักงานใหญ่คอยให้บริการ รวมถึงการเตรียมทีมสนับสนุนผ่านเครือข่าย AIS และ OR เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานในช่วงเริ่มต้น
แม้ปัจจุบัน “CLICX” จะยังไม่เปิดเผยเป้าหมายจำนวนผู้เปิดบัญชีหรือเม็ดเงินฝากในปีแรกอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยความได้เปรียบจากการเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกในตลาด Virtual Bank ไทย ประกอบกับฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และแนวคิดการใช้ข้อมูลทางเลือกเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินใหม่ ๆ ทำให้ “CLICX” กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดของอุตสาหกรรมการเงินไทยในเวลานี้เลยก็ว่าได้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้