
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน มี.ค.65 เท่ากับ 104.79 เทียบกับเดือน ก.พ.65 เพิ่มขึ้น 0.66% ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.64 เพิ่มขึ้น 5.73% สูงสุดในรอบ 13 ปี นับจากเดือน ก.ย.51 ที่สูงถึง 6.0% เพราะขณะนั้นเป็นช่วงสงครามอิรัก และราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศ ที่เป็นต้นทุนสำคัญของการผลิตและขนส่งสินค้าและบริการจำนวนมาก ปรับขึ้นไปถึงลิตรละ 44.24 บาท โดยการทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปีในเดือน มี.ค.65 เป็นการทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปีอีกครั้งหลังจากครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ.65 ที่สูงขึ้น 5.28%
ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) ปี 65 เพิ่มขึ้น 4.75% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากดูจากเงินเฟ้อในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 3.23% เดือน ก.พ. เพิ่ม 5.28% และ มี.ค. เพิ่ม 5.73% มีความเป็นไปได้ที่เดือน เม.ย.จะสูงขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเก็บสถิติของ สนค. พบว่าปัจจุบัน ครัวเรือนมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยเดือน มี.ค. ค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ 17,620 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ.65 ที่ 17,503 บาท และเดือน ม.ค.65 ที่ 17,321 บาท โดยแต่ละเดือนภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หมดไปกับค่าโดยสารสาธารณะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเดือน มี.ค. สูงถึง 4,252 บาท ตามด้วยค่าเช่าบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม เครื่องใช้ในบ้าน 3,914 บาท,เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 1,647 บาท, อาหารบริโภคในบ้าน และฟู้ด ดีลิเวอรี 1,566 บาท, อาหารบริโภคนอกบ้าน 1,210 บาท, ค่าแพทย์ ยา ค่าบริการส่วนบุคคล 961 บาท ผักและผลไม้ 889 บาท เป็นต้น.