รีดภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์ล้ำลึก ดูดข้อมูลลูกค้าระวังขัดกฎหมาย

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

รีดภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์ล้ำลึก ดูดข้อมูลลูกค้าระวังขัดกฎหมาย

Date Time: 24 เม.ย. 2562 08:45 น.

Video

คนรวย 0.1% คิดเรื่องเงินยังไง? ลงทุนแบบไหนที่มือใหม่ทำตามได้? | Money Issue EP.65

Summary

สมาคมธนาคารไทยชงถก 3 ฝ่ายร่วม ธปท.และกรมสรรพากร หวั่นส่งข้อมูลลูกค้าให้กรมสรรพากรขัด พ.ร.บ.แบงก์พาณิชย์ ที่ไม่ให้เปิดข้อมูล

Latest




สมาคมธนาคารไทยชงถก 3 ฝ่ายร่วม ธปท.และกรมสรรพากร หวั่นส่งข้อมูลลูกค้าให้กรมสรรพากรขัด พ.ร.บ.แบงก์พาณิชย์ ที่ไม่ให้เปิดข้อมูล ขณะที่สรรพากรคิดแบบกลับหลังหัน 360 องศา ให้แบงก์ส่งข้อมูลลูกค้าบัญชีออมทรัพย์ 85 ล้านบัญชีให้โดยอัตโนมัติ จะได้ไม่วุ่นวาย ใครไม่ยอมให้ไปแจ้งแบงก์ แต่จะถูกจับเสียภาษีหมด

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า วานนี้ (23 เม.ย.62) หลังจากหารือกับตัวแทนสมาคมธนาคารไทย กรมฯ เตรียมจะแก้ไขประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 344 ลงวันที่ 4 เม.ย.2562 เรื่องการเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ จากเดิมที่กำหนดให้เจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กว่า 85 ล้านบัญชีที่ต้องการขอยกเว้นภาษี ต้องมาลงนามในหนังสือให้ความยินยอม (Consent) ให้ธนาคารส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรนั้น เปลี่ยนเป็นกรณีผู้ใดไม่ต้องการให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้แก่กรมสรรพากรจะต้องมายืนยันกับธนาคารแทน หากไม่มายืนยันธนาคารจะถือว่าผู้ฝากเงินให้ความยินยอมส่งข้อมูลให้กับกรมฯ

สำหรับแนวทางดังกล่าว เป็นวิธีการดำเนินการกลับทางจากเดิม ที่ให้ผู้ฝากเงินต้องมาลงนามยินยอมกับธนาคารในการส่งข้อมูลให้กรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ในระบบกว่า 85 ล้านบัญชี ซึ่งกว่า 99% มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีรายรับจากดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาธนาคาร เพื่อลงนามยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้แก่กรมฯ

“คาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้หรือภายในสัปดาห์หน้า กรมฯจะสามารถแก้ไขประกาศอธิบดีกรม สรรพากร ฉบับที่ 344 ตามแนวทางดังกล่าวได้ โดยจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายข้อมูลข่าวสารข้าราชการ ที่เตรียมจะประกาศใช้ด้วย ซึ่งการนำส่งข้อมูลรายรับดอกเบี้ยในครึ่งปีแรกจะต้องนำส่งภายในวันที่ 20 พ.ค.ของทุกปี ส่วนรายรับดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังจะต้องนำส่งภายในวันที่ 20 พ.ย.ของทุกปี”

ทั้งนี้ ตามกฎหมายของกรมฯ กำหนดยกเว้นภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ กรณีมีรายรับจากดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีต่อคน สำหรับทุกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทุกบัญชีในทุกธนาคารของบุคคลนั้นๆ แต่ในกรณีที่รายรับจากดอกเบี้ยเกินกว่า 20,000 บาทต่อปี จะถูกเสียภาษีนับจากบาทแรกของรายรับจากดอกเบี้ย โดยให้ธนาคารผู้รับฝากเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของรายรับจากดอกเบี้ยส่งให้กรมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ประกาศที่แก้ไขใหม่ เจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ไม่ต้องการให้ธนาคารส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากร จะต้องมายืนยันกับธนาคาร หากไม่ยืนยันจะถือว่ายินยอมให้ส่งข้อมูล โดยผู้ที่ไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลจะถูกเก็บภาษีดอกเบี้ยทันที ไม่ว่าจะมีรายได้จากดอกเบี้ยเกินปีละ 20,000 บาทหรือไม่ ขณะที่คนที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทนั้น ต้องเสียภาษีตามปกติอยู่แล้ว แต่ภายใต้ประกาศใหม่ จะมีการรวบรวมบัญชีของบุคคลเดียวกันจากทุกธนาคารมาคำนวณภาษี จากเดิมที่ไม่มีการรวมบัญชี เพื่อการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นางสาวชุลีพร น่วมทนง รองเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวภายหลังการประชุมสมาชิกสมาคมธนาคารไทย เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติตามประกาศของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ว่า การประชุมในครั้งนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติว่าจะดำเนินการอย่างไร และจากการที่กรมสรรพากรเตรียมออกประกาศใหม่ กำหนดให้ผู้ฝากเงินที่ไม่ต้องการยินยอมส่งข้อมูลรายได้ดอกเบี้ย จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะน่าจะมีลูกค้าที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีอยู่แล้ว มายืนยันว่าไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูล เพราะจะเปิดหรือไม่เปิดข้อมูล ก็ต้องเสียภาษีเนื่องจากมีรายได้จากดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท จึงอาจเลือกไม่เปิดข้อมูลดีกว่า โดยลูกค้ากลุ่มนี้คาดว่าจะมีเพียง 3 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 1% ของลูกค้าทั้งหมด

ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พร้อมปฏิบัติตามประกาศของกรมสรรพากร เนื่องจากธนาคารได้มีการนำส่งภาษี หัก ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่เกิน 20,000 บาทต่อปีอยู่แล้วและเชื่อว่าลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสมาคมธนาคารไทยยังได้เสนอให้เชิญตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามารวมหารือกับกรมสรรพากรในวันที่ 25 เม.ย.นี้ เพราะเป็นห่วงประกาศกรมสรรพากรที่ให้นำส่งข้อมูลรายได้จากดอกเบี้ยออมทรัพย์ ว่าจะขัดต่อพ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์ ที่ห้ามเปิดข้อมูลลูกค้า

ด้านนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้รับทราบการหารือระหว่างกรมสรรพากรกับสถาบันการเงิน ในเรื่องกระบวนการนำส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าให้กับกรมสรรพากร ซึ่งมีประเด็นเรื่องของระบบงาน เช่น ระบบการส่งข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันการเงิน ที่อาจต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน เพื่อให้สามารถนำส่งข้อมูลดังกล่าวได้อย่างครบถ้วน โดย ธปท.อาจต้องหารือกับสถาบันการเงินเพิ่มเติม.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ