“ทรัมป์” ป่วนดอลลาร์นักลงทุนขวัญผวา บาทแข็งค่าในรอบ 4 ปีครึ่ง

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ทรัมป์” ป่วนดอลลาร์นักลงทุนขวัญผวา บาทแข็งค่าในรอบ 4 ปีครึ่ง

Date Time: 15 มี.ค. 2561 09:20 น.

Summary

เงินบาทแข็งโป๊กในรอบ 4 ปี 6 เดือน แตะ 31.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ นักลงทุนทั่วโลกกระหน่ำขายดอลลาร์สหรัฐฯ หลังทรัมป์ปลด รมว.ต่างประเทศกรุงศรีฟันธงอีก 2 สัปดาห์ไม่ทะลุ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

Latest

KKPS คาด Virtual Bank เจาะกลุ่มคนรายได้ต่ำ 15,000 บาท/เดือน คาดพอร์ตสินเชื่อแตะ 2 แสนล้านใน 5-6 ปี

เงินบาทแข็งโป๊กในรอบ 4 ปี 6 เดือน แตะ 31.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ นักลงทุนทั่วโลกกระหน่ำขายดอลลาร์สหรัฐฯ หลังทรัมป์ปลด รมว.ต่างประเทศกรุงศรีฟันธงอีก 2 สัปดาห์ไม่ทะลุ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินบาทผ่านมาแค่ 5 ไตรมาสแข็งค่าไปแล้ว 13% กระทบผู้ส่งออกอ่วมหนัก

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าไปอยู่ที่ระดับ 31.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการแข็งค่าขึ้นในรอบ 4 ปี 6 เดือน จากเดือน ต.ค. 2556 หลังจากค่าเงินบาทปิดตลาดวันก่อนที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เกิดจากนักลงทุนเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ออกมาจำนวนมาก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศออกจากตำแหน่ง ตลอดจนไม่มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นการแข็งค่าตามค่าเงินในภูมิภาค หลังนักลงทุนเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ออกมาจำนวนมาก หรือเรียกได้ว่ามีการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯทั่วโลก หลังทรัมป์สั่งปลดรัฐมนตรีต่างประเทศ”

ทั้งนี้ ในระยะสั้นอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า หรือก่อนปิดไตรมาสแรกของปีนี้ เชื่อว่าค่าเงินบาทจะยังไม่หลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ระยะยาวจากการที่ประเทศไทย เกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นจำนวนมาก เป็นตัวกดดันให้ค่าเงินบาทของไทยหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หรือยังไม่จบไตรมาสแรกของปีนี้ ค่าเงินบาทได้แข็งค่าไปแล้ว 4% เมื่อรวมกับปี 60 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่า 9% ซึ่งรวมแล้วค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นไปแล้ว 13% ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

นางสาวรุ่ง กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยในประเทศ ผู้ว่าการ ธปท.ระบุนโยบายการเงินในขณะนี้ยังจำเป็นต้องผ่อนคลายเพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำ นอกจากนี้ ธปท.ระบุว่าจะไม่ทำอะไรที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด โดยหากจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทางการจะต้องสื่อสารให้ตลาดรับรู้ก่อนล่วงหน้า นับเป็นการส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทางการไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยไว้อีก 1-2 ไตรมาสเป็นอย่างน้อย

“นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์นโยบายของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่เพียงแต่นโยบายการเงินและนโยบายการคลังเท่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อตลาด แต่ยังรวมถึงนโยบายการค้าและนโยบายด้านการต่างประเทศ โดยภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ การคาดการณ์ทิศทางนโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากในช่วงนี้ว่า เรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี และเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์กดดันค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะเริ่มคลี่คลาย และไม่ใช่ว่าเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ธปท.ต้องเข้าไปแทรกแซงทันที.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ