หุ้นเทคสหรัฐฯ ร่วง! ตลาดถามหากำไรจาก AI หลังบิ๊กเทคฯ ผลงานต่ำคาด แม้เศรษฐกิจแกร่ง

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นเทคสหรัฐฯ ร่วง! ตลาดถามหากำไรจาก AI หลังบิ๊กเทคฯ ผลงานต่ำคาด แม้เศรษฐกิจแกร่ง

Date Time: 30 ต.ค. 2569 11:34 น.

Video

ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน! หนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหดขนาดนี้ทำไมคนไทยยังกู้ I Money Issue

“Summary“

หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบทั้ง 3 ดัชนี โดย Nasdaq ร่วงหนักสุด 1.37% แม้ GDP Q3 โต 3.4% เพราะตลาดกังวลต้นทุน AI และเงินเฟ้อสูง โบรกฯ แนะหันลงทุนหุ้น Defensive-Value

Latest


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับโจทย์ที่น่าสนใจ เมื่อภาพเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง แต่ดัชนีหุ้นกลับปรับตัวลดลง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเทขายอย่างหนัก

หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI ของกลุ่มบิ๊กเทคฯ จะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ใช้ไปหรือไม่

แม้กระแส AI จะยังเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนสำคัญของโลก แต่ตลาดเริ่มต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าแค่คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการเติบโตในอนาคต

เรื่องนี้สะท้อนผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลง 1.37% ดัชนี Dow Jones ปรับลดลง 0.25% และดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 0.30%

โดย Nasdaq กลายเป็นดัชนีที่เผชิญแรงกดดันมากที่สุดในบรรดาดัชนีหลักของสหรัฐฯ ในขณะที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 กลับออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์


เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตกว่าคาด แต่หุ้นเทคฯ ถูกกดดันจากต้นทุน AI

Reuters ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงทั้ง 3 ดัชนีหลักในวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดย Nasdaq ปรับตัวลงมากที่สุด หลังนักลงทุนกลับมาประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน AI ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ท่ามกลางการรายงานผลประกอบการของบริษัทชั้นนำและตัวเลขเงินเฟ้อที่ตลาดจับตา

ในด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการเบื้องต้น ขยายตัว 3.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ภาพเศรษฐกิจที่เติบโตดีไม่ได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นในครั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีและความเสี่ยงจากการใช้เงินลงทุนด้าน AI มากกว่า

ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันมาจาก Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซึ่งรายงานรายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะเดียวกันยังมีการใช้เงินสดเพื่อการลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำให้นักลงทุนกังวลว่าบริษัทอาจต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก ก่อนที่จะสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ราคาหุ้น Alphabet ปรับตัวลดลงอย่างหนัก และฉุดหุ้นในกลุ่ม Communication Services ตามไปด้วย

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังสิ้นสุดการทำสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 วัน หลังนักลงทุนเริ่มแยกแยะบริษัทที่มีความสามารถในการสนับสนุนแผนลงทุน AI ด้วยกระแสเงินสดของตัวเอง ออกจากบริษัทที่ต้องใช้เงินสดจำนวนมากหรือกู้ยืมเงินเพื่อเดินหน้าลงทุน

อีกด้านหนึ่ง ตลาดยังต้องติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด โดยระบุว่าแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับสูง และจำเป็นต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดกังวลว่า Fed จะยังไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้เร็วอย่างที่คาดหวัง


หุ้นเทคฯ ยังเสี่ยง แนะโยกลงทุน “หุ้นปลอดภัย-หุ้นคุณค่า”

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดย GDP ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในอัตรารายปี (QoQ annualized) สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 3.2% และเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.2% โดยมีแรงสนับสนุนจากการลงทุน โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การบริโภค และรายจ่ายภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังน่ากังวลคือเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยดัชนี Headline PCE และ Core PCE เดือนกันยายนอยู่ที่ 3.6% และ 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนตามลำดับ สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed ทำให้มีโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม กระตุ้นการลดน้ำหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีต่อเนื่อง

กลยุทธ์คาดตลาดยังผันผวน เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยรอจังหวะตั้งรับเน้นหุ้น Defensive ที่อยู่โซนล่างที่คาดผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ AWC, MTC

ด้านบทวิเคราะห์ บล. พาย ระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีที่สร้างความผิดหวัง โดยเฉพาะ Alphabet ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดต้องติดตาม

พร้อมประเมินว่า หุ้นกลุ่ม Value มีโอกาสสร้างผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงที่ตลาดยังเผชิญความผันผวน โดยแนะนำกลยุทธ์ Value Play เพื่อกระจายการลงทุนไปยังหุ้นที่มีพื้นฐานและมูลค่าเหมาะสม แทนการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

สำหรับหุ้นไทยแนะนำ กลุ่มธนาคาร เช่น BBL, KBANK, KTB และ SCB กลุ่มสื่อสาร ADVANC กลุ่มค้าปลีก CPALL, CPN, HMPRO และ BJC รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว AOT และ MINT เป็นต้น


ที่มา: Reuters, บล. กสิกรไทย, บล. พาย


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ