
หุ้น Alphabet ร่วงกว่า 10% หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ต่ำกว่าคาดทั้งรายได้และกำไรเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี แม้รายได้รวมเติบโต 25% แตะ 127,580 ล้าน แต่กระแสเงินสดอิสระกลับติดลบถึง 9,070 ล้าน จากการทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาล โดยคาดว่างบลงทุนจะทะลุ 300,000 ล้านในปี 2027 แม้ธุรกิจ Google Cloud จะเติบโตแรงถึง 103% แต่ยังไม่เพียงพอคลายความกังวลของนักลงทุนที่เริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลตอบแทนจากการลงทุน AI ในระยะยาว
หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ร่วงลงมากกว่า 10% หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 พบ ทั้งรายได้รวม กำไรสุทธิต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ พร้อมกันนี้ กระแสเงินสดอิสระก็ปรับตัวลดลงจนติดลบ กลายเป็นสัญญาณน่ากังวลสำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาความคุ้มค่าของการลงทุนใน AI ของบิ๊กเทค
ผลประกอบการของ Alphabet เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ LSEG มีรายละเอียดดังนี้
นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปีที่ Alphabet มีทั้งรายได้และกำไรที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้พร้อมกัน
อีกหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน คือ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ของ Alphabet ที่พลิกมาติดลบ 9,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะติดลบเพียง 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก
แม้ผลประกอบการโดยรวมจะสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แต่ Alphabet ยังคงเดินหน้าทุ่มเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ AI อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนคือ Google Cloud ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการคลาวด์และผลิตภัณฑ์ AI ของบริษัท
Thomas Kurian ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Google Cloud กล่าวว่า “บริษัทเห็นว่าความต้องการใช้งานกำลังสูงขึ้นเป็นพิเศษ และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากทั้ง AI Lab ตลาดทุน สถาบันการเงิน และองค์กรธุรกิจต่าง ๆ”
รายได้ของ Google Cloud เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว แตะระดับ 30,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 28,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ยังช่วยให้ Google Cloud สามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งรายใหญ่กว่าอย่าง Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure ได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจคลาวด์จะรายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนมุมมองเชิงลบของนักลงทุนต่อผลประกอบการโดยรวมของ Alphabet
แม้ Google Cloud จะเป็นเครื่องยนต์การเติบโตที่สำคัญของ Alphabet แต่ในสายตานักลงทุน การเติบโตเพียงธุรกิจเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลประกอบการส่วนอื่นที่ต่ำกว่าคาดได้ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทกำลังแบกรับภาระการลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาล
ท่ามกลางคำถามที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ทาง Alphabet มีรายงานรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditures หรือ CapEx) ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 51,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 55,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะทุ่มเงินลงทุนด้าน AI มากแค่ไหน แต่คือการลงทุนเหล่านั้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้มากเพียงพอที่จะรองรับเม็ดเงินมหาศาลหรือไม่
โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscalers หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายใหญ่ ที่กำลังแข่งขันกันขยายศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลเพื่อรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Alphabet ยังคงยืนยันประมาณการ CapEx ตลอดทั้งปีไว้เท่าเดิม หลังจากก่อนหน้านี้ในไตรมาส 2 บริษัทได้ปรับเพิ่มกรอบการลงทุนจากเดิม 190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นระหว่าง 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ คาดว่า CapEx ตลอดปีจะทะลุระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027
ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สินของ Alphabet ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไตรมาสที่ผ่านมา โดยหนี้สินระยะยาวพุ่งขึ้นแตะ 125,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 21,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 479%
สำหรับธุรกิจ Search หรือบริการค้นหาข้อมูล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับ Alphabet บริษัทเปิดเผยว่า รายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น 12% แตะระดับ 63,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 64,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Sundar Pichai ซีอีโอ ระบุว่า การลงทุนด้าน AI ของบริษัทมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้อัตราการเติบโตของจำนวนคำค้นหาเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 5 ปี
นั่นหมายความว่า แม้ AI จะกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต แต่ Google มองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายต่อธุรกิจ Search แบบดั้งเดิมเท่านั้น หากยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม Alphabet ยังต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า การเติบโตของจำนวนผู้ใช้งาน AI และปริมาณการค้นหาที่เพิ่มขึ้น จะสามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรได้มากเพียงพอที่จะรองรับต้นทุนการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ Alphabet คือความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทอื่น
ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา Alphabet รับรู้ผลกำไรจากการถือครองเงินลงทุนในตราสารทุน (Equity Holdings) สูงถึง 99,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการถือหุ้นใน SpaceX และ Anthropic
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปในไตรมาส 3 เมื่อรายการเงินลงทุนดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ โดยบริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากหมวดนี้ถึง 8,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ https://www.facebook.com/ThairathMoney