ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดอายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน รวมหุ้น BCP-VGI-MFC ยันไม่กระทบนักลงทุน

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดอายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน รวมหุ้น BCP-VGI-MFC ยันไม่กระทบนักลงทุน

Date Time: 27 ต.ค. 2569 14:43 น.

Video

AI Agent กับ Tokenization ทำงานร่วมกันยังไง? | Digital Frontiers EP.79

“Summary“

ตำรวจ ปปง. และ ก.ล.ต. ทลายเครือข่ายฟอกเงินสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึดอายัดทรัพย์กว่า 2.6 หมื่นล้านบาท รวมถึงหุ้น BCP, VGI และ MFC มูลค่าราว 1.6 หมื่นล้านบาท ยืนยันไม่กระทบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน

เปิดปฏิบัติการใหญ่ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ แถลงผลการสืบสวนขยายผลขบวนการฉ้อโกงออนไลน์และสแกมเมอร์ข้ามโลก ที่ยักย้ายถ่ายเทเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนนำกลับเข้ามาแปรสภาพถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

พร้อมสั่งยึดอายัดทรัพย์สินและหุ้นไทยรวมมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท ยืนยันยึดเฉพาะหุ้นตัวบุคคลผู้กระทำผิด ไม่กระทบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน

ฟอกเงินข้ามชาติ แปรสภาพถือหุ้นไทย

พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร.) กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลเครือข่ายของนายเบนจามิน และนายยิม ซึ่งนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฉ้อโกงออนไลน์และสแกมเมอร์ ส่งผ่านธนาคาร B.I.C. ในประเทศกัมพูชา และกองทุนต่างประเทศในสิงคโปร์หลายชั้น

แล้วย้อนกลับเข้ามาในรูปของ "เงินลงทุนจากต่างประเทศ" เพื่อเข้าถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยเครือข่ายนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • 1.ผู้สั่งการ คือ นายเบนจามิน เป็นผู้ตัดสินใจและวางแผนทั้งหมด
  • 2. กลุ่มช่องทางเงิน นายยิม ควบคุมธนาคาร B.I.C. และกองทุนที่เป็นท่อส่งเงิน พร้อมด้วยนายยูจีน บริหารกองทุน CAI ในประเทศสิงคโปร์ จัดโครงสร้างผู้ลงทุนและแหล่งเงิน
  • 3. กลุ่มผู้ถือผลประโยชน์แทน (Nominee) น.ส.แคทรียา และ น.ส.สุภารัตน์ ทำหน้าที่ถือผลประโยชน์แทน
  • 4. กลุ่มประสานงานและเอกสาร นายณัฐกร และ นายโคปิง ทำหน้าที่ประสานงานกองทุน ผู้ลงทุน และจัดการเอกสาร

เส้นทางเงินถูกแปรสภาพผ่าน 3 ช่วงเวลาสำคัญ คือ ช่วงปี 2562–2564 ใช้บัญชีส่วนตัว บัญชีครอบครัว และนิติบุคคลนอมินีถ่ายเทเงิน ต่อมาช่วงปี 2565–2566 โอนเงินตรงจากกัมพูชาเข้าไทยแล้วส่งต่อไปยังกองทุนในสิงคโปร์ และช่วงปี 2567–2568 ธนาคาร B.I.C. โอนเงินเข้ากองทุน CAI ในสิงคโปร์กว่าหลายหมื่นล้านบาท ก่อนนำมาซื้อหุ้นไทย

พล.ต.อ. อิทธิพล กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด สามารถยึดของกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางเงิน เช่น สัญญากู้ยืม เอกสารเกี่ยวกับกองทุนหุ้น 6 แฟ้ม อุปกรณ์เก็บคริปโต Ledger 3 เครื่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

โดยดำเนินคดีผู้ต้องหารวม 7 ราย ใน 4 ข้อหาหนัก ได้แก่

  • 1.ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน
  • 2.ร่วมกันเป็นอั้งยี่
  • 3.ร่วมกันถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (ม.247)
  • 4.ไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ต่อ ก.ล.ต. (ม.246)

ปปง. สั่งอายัดทรัพย์สิน เร่งเปิดช่องคุ้มครองสิทธิ์คืนเงินผู้เสียหาย

กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า จากการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ตำรวจสอบสวนกลาง, ก.ล.ต. และ ปปง. คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของเครือข่ายนี้แล้วรวม 5 คำสั่ง มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท

ประกอบด้วยการยึดอายัดหุ้นไทยของเครือข่าย มูลค่ารวมราว 16,000 ล้านบาท ได้แก่ BCP, VGI และ MFC โดยหุ้น BCP มีมูลค่าสูงที่สุด รวมถึงทรัพย์สินอื่น เช่น เรือยอชต์ รถยนต์ บัญชีเงินฝาก และที่ดิน

ในขั้นตอนต่อไป สำนักงาน ปปง. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมกลุ่มผู้เสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิ์ โดยจะมีการประกาศแจ้งให้ผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนจากการฉ้อโกงของเครือข่ายนี้ มายื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองสิทธิ์ เพื่อที่ ปปง. จะได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งนำทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้มาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายตามกฎหมายต่อไป

ก.ล.ต. ยันอายัดเฉพาะตัวบุคคล ไม่กระทบตลาดหุ้น

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การตรวจสอบคดีนี้เริ่มจากการพบข้อสงสัยกรณีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ คือ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ได้เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ให้แก่กองทุนต่างประเทศ 3 กลุ่ม ได้แก่ CAI Optimum Fund VCC, Opus-Chartered Issuances S.A. และ Thai IR

จากการประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ ทำให้พบว่าผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UVO) ของทั้ง 3 กองทุน เป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน คือ กลุ่มนายเบนจามิน, นายยิม, น.ส.แคทรียา และ น.ส.สุภารัตน์

ซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่า 25% ของสิทธิ์ออกเสียง เข้าลักษณะเป็นการกระทำร่วมกัน เพื่อครอบงำกิจการ แต่กลับไม่มีการรายงานการได้มาตามมาตรา 246 และไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Tender Offer) ตามมาตรา 247 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษผู้กระทำความผิดดังกล่าว

นอกจากนี้ ศ.ดร.พรอนงค์ กล่าวเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อตลาดทุนและบริษัทจดทะเบียนว่า การสั่งยึดอายัดหุ้นในครั้งนี้ เป็นการยึดอายัดเฉพาะหุ้นที่อยู่ในการครอบครองของกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิดเท่านั้น

ตัวบริษัทจดทะเบียน เช่น VGI หรือบริษัทอื่น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแต่อย่างใด ดังนั้น บริษัทจึงสามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ รวมถึงผู้ถือหุ้นทั่วไปยังคงซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งอายัดนี้

อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้จากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม รอบคอบ และเด็ดขาด การบูรณาการร่วมกันระหว่าง ตำรวจ, ปปง. และ ก.ล.ต. ในคดีนี้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของไทยมีความเป็นอิสระและเข้มงวด 

ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นกลุ่มทุนใหญ่ มีความซับซ้อน หรือซุกซ่อนเงินผ่านหลายประเทศเพียงใด ก็สามารถสืบสวนนำตัวมาดำเนินคดีและยึดทรัพย์ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาดทุนไทยได้อย่างยั่งยืน


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ