
ตลาด Panda Bond บูม ต่างชาติแห่ระดมทุนผ่านจีน หลังยีลด์พันธบัตร 10 ปีอยู่ที่ 1.68% ต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่ 5.23% ขณะที่รัฐบาลจีนเปิดทางเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้เงินทุน หวังดันเงินหยวนสู่เวทีโลก
ตลาดพันธบัตรจีนกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการระดมทุนของผู้กู้ทั่วโลก หลังพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.68% ต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ 5.23% อย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในช่องทางสำคัญคือ Panda Bond หรือตราสารหนี้สกุลเงินหยวนที่ผู้ออกตราสารจากต่างประเทศใช้ระดมทุนจากนักลงทุนในจีน ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมียอดระดมทุนของผู้ออกตราสารหนี้ต่างชาติอยู่ที่ 115,500 ล้านหยวน สูงกว่ายอดระดมทุนตลอดทั้งปี 2568 ถึงสองเท่า สะท้อนการเติบโตของตลาดพันธบัตรจีน และความพยายามของรัฐบาลจีนในการผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลก
ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกันก่อนว่า Panda Bond คืออะไร?
Panda Bond คือ ตราสารหนี้ที่รัฐบาล บริษัท หรือสถาบันการเงินจากต่างประเทศออกมาเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนในจีน โดยใช้เงินหยวน (RMB) เป็นสกุลเงินในการกู้ยืม
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เป็นช่องทางที่บริษัทหรือรัฐบาลต่างชาติเข้ามาขอกู้เงินจากนักลงทุนในจีน แทนการระดมทุนจากตลาดการเงินในสหรัฐฯ หรือยุโรป
ยกตัวอย่างเช่น บริษัทจากยุโรปต้องการเงินทุนไปขยายธุรกิจในจีน บริษัทก็สามารถออก Panda Bond เพื่อให้นักลงทุนในจีนเข้ามาซื้อได้ เมื่อได้รับเงินทุนแล้ว บริษัทมีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้กับนักลงทุนตามระยะเวลาที่กำหนด
การออก Panda Bond จึงช่วยให้ผู้กู้ต่างชาติเข้าถึงแหล่งเงินทุนในจีนได้โดยตรง และเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน ไม่ต้องพึ่งพาตลาดการเงินในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลจาก Xinhua ซึ่งอ้างอิงรายงานของสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐของจีน (SAFE) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ผู้ออกตราสารหนี้จากต่างประเทศมีสัดส่วนการระดมทุนผ่าน Panda Bond คิดเป็น 54% ของยอดระดมทุนทั้งหมด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนดังกล่าวสูงกว่ายอดระดมทุนของผู้ออกตราสารหนี้จีน
หากพิจารณาในภาพรวม ตลาด Panda Bond เติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมียอดออกตราสารสะสมเกิน 1.3 ล้านล้านหยวน และมีผู้ออกตราสารจาก 26 ประเทศและภูมิภาค สะท้อนให้เห็นว่าตลาดพันธบัตรจีนกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะแหล่งเงินทุนทางเลือกของผู้กู้ระหว่างประเทศ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Panda Bond ได้รับความสนใจมากขึ้น คือความแตกต่างของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างจีนกับประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ซึ่งทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่ผู้กู้ต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้นในช่วงที่ต้นทุนการระดมทุนในบางประเทศอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนอนุมัติให้มีการนำเงินที่ได้จากการออก Panda Bond ในปี 2569 มากกว่า 40% ไปใช้ในต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 130,000 ล้านหยวน หรือ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้กู้ต่างชาติ เพราะไม่ได้จำกัดการใช้เงินไว้เฉพาะในจีน แต่ยังสามารถนำเงินทุนไปใช้ในธุรกิจหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจในต่างประเทศได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับบางประเทศที่ต้นทุนการกู้ยืมสูงกว่า
ตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีสะท้อนความแตกต่างนี้ได้ชัดเจน โดย ณ วันที่ 8 ต.ค. 2569 พันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.68% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุเท่ากันอยู่ที่ 5.23% และพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ที่ 3.09%
ส่วนต่างดังกล่าวทำให้การระดมทุนในสกุลเงินหยวนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้กู้บางกลุ่ม
นอกจากนี้ ปรากฏการณ์นี้ยังทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นในอดีต ซึ่งเคยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินออมภายในประเทศจำนวนมาก จนเอื้อต่อการนำเงินทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ แม้ปัจจุบันเม็ดเงินของจีนในปัจจุบันยังแตกต่างจากกรณีของญี่ปุ่น
Bloomberg ยังระบุอีกว่า ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้ออกตราสารหนี้ต่างชาติสามารถระดมทุนผ่าน Panda Bond ได้รวม 115,500 ล้านหยวน สูงกว่ายอดระดมทุนตลอดทั้งปี 2568 ถึงสองเท่า สะท้อนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดในปีนี้
ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ออกตราสารหนี้ต่างชาติมีสัดส่วนประมาณ 47% ของตลาด เพิ่มขึ้นจาก 13% เมื่อ 3 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าบทบาทของผู้กู้จากต่างประเทศในตลาดพันธบัตรจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กระแสความสนใจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงบริษัทขนาดใหญ่ในภาคธุรกิจจริง โดย Fortescue Ltd. บริษัทเหมืองแร่จากออสเตรเลีย กำลังพิจารณาออก Panda Bond มูลค่า 3,000 ล้านหยวนเป็นครั้งแรก ขณะที่ Vale SA ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่จากบราซิล ก็อยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกในลักษณะเดียวกัน
ด้านสถาบันการเงิน UBS Group AG ได้ระดมทุนผ่าน Panda Bond มูลค่า 2,000 ล้านหยวนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) เพียง 1.78% ซึ่งตามข้อมูลที่ Bloomberg รายงาน ถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับ Panda Bond อายุ 5 ปีที่ออกโดยสถาบันการเงินต่างประเทศ
นอกจากตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ตลาดตราสารหนี้สกุลเงินหยวนนอกจีน หรือที่เรียกว่า Dim Sum Bond ก็เติบโตเช่นกัน โดยยอดออกตราสารหนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1 ล้านล้านหยวน แซงหน้าสถิติของปี 2568 ไปแล้ว ขณะที่สัดส่วนของผู้ออกตราสารหนี้ที่ไม่ใช่สัญชาติจีนเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 35%
ซึ่งสะท้อนว่าการระดมทุนด้วยเงินหยวนกำลังขยายตัวทั้งในตลาดภายในจีนและตลาดนอกประเทศ โดยผู้กู้มีทางเลือกในการเข้าถึงนักลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนก็มีโอกาสกระจายการลงทุนไปยังผู้ออกตราสารหนี้จากหลากหลายประเทศและอุตสาหกรรมมากขึ้นเช่นกัน
การเติบโตของ Panda Bond ไม่ได้เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในระบบการเงินระหว่างประเทศ
Bloomberg ระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลได้ประกาศกฎระเบียบในช่วงปลายปี 2565 ที่อนุญาตให้ผู้ออก Panda bond สามารถแปลงเงินที่ระดมทุนได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ
ส่วนหนึ่งของการประกาศกฎระเบียบนี้ คือความพยายามของจีนในการผลักดันให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินสากล ตลาดการระดมทุนด้วยเงินหยวนที่มีความลึกและหลากหลายมากขึ้นช่วยให้ผู้กู้ต่างชาติมีแหล่งเงินทุนทางเลือก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการค้า การลงทุน และการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยสกุลเงินหยวน ซึ่งมีส่วนช่วยลดการพึ่งพาระบบการเงินที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐของจีนลง
อีกปัจจัยหนึ่งคือการที่จีนมียอดเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจีนมีรายได้จากการส่งออกมากกว่ารายจ่ายจากการนำเข้า ส่งผลให้เกิดเงินออมภายในประเทศจำนวนมหาศาลที่จำเป็นต้องหาช่องทางจัดสรร
ซึ่ง Panda Bond ก็เข้ามาตอบโจทย์นี้ด้วยการเปิดโอกาสให้นักลงทุนจีนสามารถปล่อยกู้แก่บริษัทและรัฐบาลต่างประเทศในสกุลเงินหยวนได้
การเติบโตของ Panda Bond กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกมีทางเลือกในการระดมทุนมากกว่าการพึ่งพาตลาดดอลลาร์เพียงอย่างเดียว โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้กู้ต่างชาติหันมาสนใจเงินหยวนมากขึ้น ขณะที่นโยบายของจีนก็ช่วยเปิดทางให้เงินทุนเคลื่อนย้ายได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney