เปิดคลัง 10 ยักษ์ใหญ่คุมตลาดหุ้นไทย: ใครเป็นใคร ทำเงินจากไหน ในระบบเศรษฐกิจ 18.9 ล้านล้าน

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดคลัง 10 ยักษ์ใหญ่คุมตลาดหุ้นไทย: ใครเป็นใคร ทำเงินจากไหน ในระบบเศรษฐกิจ 18.9 ล้านล้าน

Date Time: 24 ก.ย. 2569 11:48 น.

Video

นอกใจทางการเงินคือ? ปรับเรื่องเงินยังไงให้รักยังรอด? กับ อ.เกลล์ อลิสา x ฟาโรห์ I Money Issue EP.78

Summary

เจาะลึก 10 บิ๊กแคปที่ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดทุนไทยเกิน 56% และสร้างรายได้สะสมกว่า 4.4 ล้านล้านบาท สำรวจ 5 เซกเตอร์หลักและโมเดลทำเงินของขั้วอำนาจเศรษฐกิจไทย ที่กำลังรับมือเมกะเทรนด์โลกยุคใหม่

Latest


ตลาดทุนไทยถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูง 

บทความนี้ Thairath Money ชวนทำความรู้จักกับ 10 บริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด เพื่อให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมที่คอยค้ำจุนเศรษฐกิจไทยว่าเป็นใคร และ ทำเงินจากไหนบ้าง โดย มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) หรือ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หมายถึง มูลค่ารวมของบริษัทในตลาดหุ้น คำนวณมาจาก ราคาหุ้นปัจจุบัน × จำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท ซึ่งตัวเลขนี้เป็นดัชนีชี้วัดขนาด ความใหญ่ และมูลค่าที่นักลงทุนในตลาดให้ประเมินกับบริษัทนั้นๆ ในช่วงเวลานั้น

บทบาทและอิทธิพลของ 10 บิ๊กแคป

จากข้อมูล ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ 10 บริษัทชั้นนำนี้มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 9.80 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาดทุนไทยทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีการกระจุกตัวในกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่ม ที่คอยเป็นฟันเฟืองหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นเป้าหมายสำคัญในการลงทุนของทั้งสถาบันในประเทศและต่างประเทศ


นอกจากนี้ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย มาร์เก็ตแคปของ 10 บริษัทนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 52.7% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดสินทรัพย์รวมของทั้ง 10 บริษัทที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 19 ล้านล้านบาท ยังเทียบเท่ากับผลผลิตมวลรวมของประเทศทั้งปี โดยกลุ่มบริษัทเหล่านี้สามารถสร้างรายได้และกำไรสุทธิส่งเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล

5 เซกเตอร์หลักขับเคลื่อนตลาดทุน

เมื่อจำแนกบริษัททั้ง 10 แห่งตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ พบว่าเศรษฐกิจตลาดทุนไทยยังคงพึ่งพา 5 เซกเตอร์หลัก ได้แก่

  • พลังงานและสาธารณูปโภค: ได้แก่ PTT, GULF และ PTTEP ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดและผลกำไร กลุ่มนี้ประกอบด้วยธุรกิจต้นน้ำด้านทรัพยากรปิโตรเลียม โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และพลังงานหมุนเวียน
  • ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี: นำโดย DELTA ซึ่งเป็นเพียงรายเดียวในกลุ่มที่สามารถสร้างมูลค่ามาร์เก็ตแคปทะลุ 3 ล้านล้านบาท ด้วยความโดดเด่นในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและระบบระบายความร้อนสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และ Data Center
  • ธนาคารพาณิชย์: ได้แก่ KTB, KBANK, SCB ซึ่งทำหน้าที่หลักในการจัดสรรสภาพคล่องและรองรับความเสี่ยงของระบบการเงินไทย โดยถือครองสินทรัพย์รวมกันในสัดส่วนที่สูง
  • สื่อสารโทรคมนาคม: ได้แก่ ADVANC และ TRUE ซึ่งก้าวเข้าสู่โครงสร้างตลาดกึ่งผูกขาดที่มีผู้เล่นหลักเพียงสองราย ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่เข้าถึงประชากรทั่วประเทศ
  • บริการโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทาง: ได้แก่ AOT ซึ่งครองสถานะเป็นผู้ให้บริการท่าอากาศยานหลักแบบผูกขาดโดยธรรมชาติ ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การจะรักษาและเติบโตของกลุ่มบิ๊กแคปไทยในอนาคต ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น 

  • AI & Data Center: การขยายตัวของการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล สร้างโอกาสสำหรับ DELTA, GULF และ ADVANC
  • การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน: การลดคาร์บอนและสร้างความยั่งยืน ผลักดันให้กลุ่มพลังงานต้องปรับยุทธศาสตร์
  • การแข่งขันในธุรกิจ Virtual Banking: การนำข้อมูลมาใช้ในการประเมินความเสี่ยงและเข้าถึงกลุ่มประชากรที่ยังไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง
  • การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการบิน: การขยายอาคารผู้โดยสารและการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ความต่อเนื่องและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของทั้ง 10 บริษัท ยังถูกขับเคลื่อนผ่านคณะผู้บริหารระดับสูง ซึ่งหลายองค์กรได้มีการปรับโครงสร้างผู้นำเพื่อรองรับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจใหม่อย่างเห็นได้ชัด 

ทั้งนี้ ภาพรวม 10 บิ๊กแคปไทย แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างตลาดทุนบ้านเรายังคงขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เป็นฐานรากของประเทศ อย่างไรก็ตาม การขึ้นมาผงาดของ DELTA ในกลุ่มเทคโนโลยี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนว่าภูมิทัศน์การประเมินมูลค่ากิจการเริ่มหมุนตามเทรนด์โลก

ก้าวต่อไปของ 10 ยักษ์ใหญ่นี้ จึงไม่ใช่แค่การเติบโตในกรอบธุรกิจเดิม แต่คือการเชื่อมโยงข้ามสายอุตสาหกรรม (Industry Convergence) ทั้งพลังงาน เทคโนโลยี โทรคมนาคม และการเงินเข้าด้วยกัน ซึ่งการผนึกกำลังเหล่านี้จะกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าและทิศทางของตลาดทุนไทยในระยะยาว.

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ